รองปลัด กทม. ชี้แจงกรณีโครงการบึงคู้บอน

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ที่ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร ชั้น 6 อาคารสำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายเจษฎา จันทรประภา รองปลัดกรุงเทพมหานคร และนายชวลิต จันทรรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAM GROUP ร่วมแถลงแนวทางโครงการแก้มลิงบึงคู้บอน

นายเจษฎา กล่าวว่า หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 กทม.ได้ศึกษาการจัดทำพื้นที่แก้มลิงหลายจุด เพื่อรองรับน้ำในพื้นที่นอกคัน ก่อนเริ่มกระบวนการเวนคืนในเวลาต่อมา แต่เกิดปัญหาการคัดค้านจากเจ้าของที่ดิน ทำให้โครงการไม่สามารถเดินหน้าได้ ต่อมา กทม.ได้ทบทวนแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเห็นว่าจำเป็นต้องพัฒนาระบบถาวรควบคู่กับแก้มลิง ทั้งการต่อขยายอุโมงค์หนองบอนและการพัฒนาคลองสายหลัก

นายชวลิต กล่าวว่า การทำแก้มลิงไม่ได้มีเพียงพื้นที่กักเก็บน้ำ แต่ต้องมีระบบรับน้ำเข้าและระบายน้ำออก รวมถึงคันกั้นน้ำ ประตูน้ำ และสถานีสูบน้ำ โดยบึงคู้บอนสามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 500,000 ลูกบาศก์เมตร ขณะที่บึงบางชันรองรับได้ประมาณ 200,000 ลูกบาศก์เมตร ส่วนบึงหนองบอนซึ่งเป็นบึงธรรมชาติขนาดใหญ่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร และเชื่อมโยงกับระบบคลองและอุโมงค์ได้

สำหรับโครงการบึงคู้บอน หากพัฒนาครบทั้งระบบจะใช้งบประมาณประมาณ 11,000 ล้านบาท รวมค่าที่ดิน การปรับปรุงคลอง ประตูน้ำ สถานีสูบน้ำ และระบบประกอบต่าง ๆ ขณะที่ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นจากการประเมินในอดีต ส่งผลให้ต้นทุนโครงการสูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำที่สามารถรองรับได้ กทม.จึงเห็นว่าการลงทุนในระบบขนาดใหญ่ เช่น อุโมงค์ คลอง และการใช้ศักยภาพของบึงหนองบอน สามารถบริหารจัดการน้ำได้มากกว่า

นายเจษฎา กล่าวว่า ในระยะสั้นและระยะกลาง กทม.จะเร่งบริหารจัดการน้ำผ่านระบบที่มีอยู่ ทั้งประตูน้ำ การผลักดันน้ำ การระบายน้ำเข้าสู่อุโมงค์และบึงหนองบอน รวมถึงเตรียมงบประมาณก่อสร้างเขื่อนตามแนวบึงหนองบอน เพื่อรวบรวมน้ำเข้าสู่บึงได้เร็วขึ้น ก่อนโครงการอุโมงค์ส่วนต่อขยายจะแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ นายชวลิต ระบุว่า ช่วง 3 วันที่ผ่านมา กรุงเทพฯ มีฝนตกประมาณ 225 มิลลิเมตร คิดเป็นปริมาณน้ำราว 300 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่บึงคู้บอนและบึงบางชันรวมกันรองรับได้ประมาณ 700,000 ลูกบาศก์เมตร จึงมีความแตกต่างกันอย่างมากในด้านปริมาณน้ำและศักยภาพการรองรับ

ส่วนการเตรียมรับมือฝนวันที่ 4-5 ต.ค. นายเจษฎา กล่าวว่า กทม.ได้หารือกับกรมอุตุนิยมวิทยา เบื้องต้นคาดว่าฝนอาจอยู่ที่ประมาณ 60 มิลลิเมตร และขอให้ประชาชนติดตามประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง