“รองแจง” เดินหน้าหนุน “บิว ภูริพล” นักกรีฑาทีมชาติไทย สู่ตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยกเป็นกำลังสำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ พร้อมผลักดันความก้าวหน้านักกีฬาตำรวจที่ทุ่มเททำหน้าที่ทั้งในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์และตัวแทนทีมชาติไทย

วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 16.00 น. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองและคัดเลือกผู้มีความสามารถด้านกีฬาเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ก.) เป็นประธานการประชุม ก.พ.ก. ครั้งที่ 5/2569 เพื่อพิจารณาแนวทางส่งเสริมความก้าวหน้าแก่ข้าราชการตำรวจผู้มีความสามารถด้านกีฬา และสร้างชื่อเสียงให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและประเทศไทย
หนึ่งในวาระสำคัญของการประชุม คือ การพิจารณาคัดเลือก ส.ต.ต.ภูริพล บุญสอน หรือ “บิว ภูริพล” นักกรีฑาทีมชาติไทย เพื่อแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรเป็นกรณีพิเศษ โดยปัจจุบัน “บิว ภูริพล” ดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ ฝ่ายบริการการศึกษา ศฝร.บช.น. และเข้ารับราชการตำรวจเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามและให้กำลังใจนักกีฬาตำรวจทีมชาติไทยที่อยู่ระหว่างสร้างผลงานในเวทีระดับนานาชาติ รวมถึง “โฟกัส” ส.ต.ต.ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง ผบ.หมู่ ฝ่ายการศึกษา ศฝร.ภ.3 นักมวยหญิงทีมชาติไทย ซึ่งกำลังเดินหน้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเหรียญทอง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมสนับสนุนกำลังพลที่เสียสละ ทุ่มเท และทำหน้าที่ตัวแทนประเทศอย่างเต็มความสามารถ
พล.ต.อ.กรไชยฯ กล่าวว่า สำนักงานตำวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับการดูแลข้าราชการตำรวจที่มีความสามารถด้านกีฬา โดยเฉพาะนักกีฬาทีมชาติซึ่งต้องทำหน้าที่ถึง “สองบทบาท” คือ การเป็นข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน และการเป็นนักกีฬาทีมชาติผู้แบกรับความหวังและเกียรติภูมิของประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติ จึงควรได้รับการส่งเสริมทั้งด้านการฝึกซ้อม การแข่งขัน ขวัญกำลังใจ ตลอดจนโอกาสและความก้าวหน้าในเส้นทางรับราชการอย่างเหมาะสม

สำหรับ “บิว ภูริพล” ถือเป็นกำลังสำคัญของวงการกรีฑาไทย และสร้างผลงานโดดเด่นในเวทีระดับนานาชาติ โดยเอกสารประกอบการประชุมได้นำเสนอผลงานจากการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ 2026 ซึ่ง “บิว” สามารถคว้า เหรียญทองวิ่ง 100 เมตร ด้วยเวลา 9.90 วินาที พร้อมสร้างผลงานในการแข่งขันวิ่ง 200 เมตร ด้วยเวลา 19.88 วินาที นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทย
การพิจารณาความก้าวหน้าครั้งนี้สอดคล้องกับหลักการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการ ปูนบำเหน็จและสร้างขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจผู้มีความรู้ ความสามารถ และสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติจนเป็นที่ประจักษ์ โดยหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนดช่องทางสำหรับข้าราชการตำรวจชั้นประทวนผู้มีความสามารถด้านกีฬา ให้สามารถได้รับการพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนด

