วันที่ 29 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศสถานการณ์น้ำบริเวณถนนลาดพร้าว ช่วงบริเวณซอยลาดพร้าว 101 กรุงเทพฯ ว่า ยังมีระดับน้ำท่วมขังอยู่บนพื้นผิวการจราจรทำให้รถขนาดเล็กและรถยนต์ไฟฟ้าหลายคันต้องถอยรถกลับออกมาเนื่องจากปริมาณน้ำสูง แต่ทั้งนี้ยังมีรถโดยสารประจำทางและรถของหน่วยงานราชการออกมาคอยให้บริการประชาชน ขณะที่หลังน้ำเริ่มลดทำให้บนถนนพบเศษขยะทั้งถุงพลาสติก เศษกระดาษ กันชนหน้ารถ ฯลฯ กระจายอยู่เกลื่อนพื้นถนน
นอกจากนี้ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายรถที่จอดเสียและรถที่จอดกีดขวางการจราจร โดยใช้รถช่วยเหลือของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉินกระทรวงคมนาคม (ศอฉ.คค.) ทั้งรถเครน และรถยก ดำเนินการทยอยเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกจากบริเวณทางขึ้นสะพานยกระดับข้ามแยกหน้าเดอะมอลล์บางกะปิ ซึ่งได้ทำการเคลื่อนย้ายรถที่กีดขวางออกจาก พื้นที่ได้แล้วกว่า 7 คัน ซึ่งจะนำรถเหล่านี้ไปจอดไว้ที่ลานจอดของตะวันนา โดยการบูรณาการกำลังจากหลายหน่วยงาน เพื่อเร่งเปิดเส้นทางและลดผลกระทบต่อประชาชน และเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังกรุงเทพมหานครให้ช่วยเคลียร์ขยะและทำความสะอาดบนท้องถนน เพื่อป้องกันไม่ให้รถเล็ก อย่างเช่นรถจักรยานยนต์ลื่นล้ม พร้อมฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของรถที่นำรถไปจอดบนสะพานข้ามแยกให้รีบมาเคลื่อนย้ายรถ เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเคลียร์รถออกจากพื้นที่เพื่อเปิดการจราจร

พลตำรวจตรีธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า ขณะนี้สามารถเปิดการจราจรได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยเส้นทางหลักหลายจุดกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ส่วนจุดที่ยังมีน้ำท่วมขังระดับสูง รถเล็กอาจผ่านได้อย่างไม่สะดวก ขณะที่บางจุดยังไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ประชาชนใช้เส้นทางเลี่ยงหรือสะพานข้ามแยกแทน
โดยเฉพาะบริเวณแยกคลองตัน ต่อเนื่องถนนพัฒนาการ และช่วงซอยพัฒนาการ 40 ยังมีน้ำท่วมขังสูง รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประเมินสถานการณ์อีกครั้งในวันพรุ่งนี้
ส่วนบริเวณสะพานข้ามแยกคลองตัน สามารถใช้การได้ ขณะที่ทางพิเศษยังเปิดให้บริการ และสามารถใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงพื้นที่น้ำท่วมเพื่อเดินทางเข้าเมืองได้
สำหรับแผนดำเนินการหลังจากนี้ พลตำรวจตรีธวัช บอกด้วยว่า เมื่อระดับน้ำลดลง จะระดมรถยกจากหลายหน่วยงานเข้าพื้นที่ เพื่อเร่งเคลื่อนย้ายรถที่ตกค้างออกจากเส้นทางให้เร็วที่สุด โดยประสานการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านคมนาคม กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่ประสบภัย ให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากบางจุดยังมีน้ำท่วมขังและสภาพการจราจรอาจไม่คล่องตัว พร้อมย้ำว่าเป้าหมายคือเร่งคืนเส้นทางให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
สำหรับสถานการณ์การจราจรในภาพรวม ขณะนี้ถนนสายหลักหลายเส้นทางสามารถกลับมาใช้การได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ทั้งถนนพระราม 9 ถนนสุขุมวิท และถนนพระราม 4 ขณะที่บางเส้นทางยังมีน้ำท่วมขังในซอยและทางแยกย่อย
ส่วนถนนลาดพร้าว บริเวณจุดตัดกับรามคำแหง ขณะนี้สามารถเปิดการจราจรได้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามระดับน้ำและการไหลของน้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันคาดว่าระดับน้ำจะทยอยลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์เป็นระยะ
เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนติดตามสภาพการจราจรและระดับน้ำก่อนเดินทาง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขังในซอยหรือจุดเชื่อมต่อ เนื่องจากสภาพเส้นทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามระดับน้ำ พร้อมเร่งดำเนินการเพื่อให้การจราจรกลับมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด

