คมนาคมระดมรถสไลด์–รถเครน ช่วยเคลียร์รถเสียจากน้ำท่วม เปิดทางจราจร

วันที่ 29 กันยายน 2569 ที่กรมการขนส่งทางบก ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน กระทรวงคมนาคม หรือ ศอฉ.คค. เปิดมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยพลตำรวจตรีธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงถึงความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการให้หน่วยงานต่างๆ บูรณาการกำลังและเครื่องมือเพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชน

หนึ่งในภารกิจเร่งด่วน คือการจัดการพื้นที่ผิวจราจร หลังสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดลงจนบางเส้นทางกลับมาใช้การได้ แต่ยังพบรถของประชาชนจำนวนมากที่จอดเสียหรือถูกทิ้งไว้ในช่วงที่น้ำท่วม บางคันจอดกีดขวางช่องทางจราจร ทำให้รถที่สัญจรผ่านไปมาไม่สามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติ

นายสิริพงศ์ บอกว่า กระทรวงคมนาคมได้ระดมเครื่องมือจากหน่วยงานในสังกัด ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และกรมการขนส่งทางบก รวมถึงประสานผู้ให้บริการภาคเอกชน นำรถเครน รถยก และรถสไลด์ เข้ามาสนับสนุนการทำงานของตำรวจ โดยจะจัดเตรียมเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ไว้ในลักษณะพร้อมปฏิบัติการ หากตำรวจในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจจราจร หรือตำรวจในพื้นที่ที่รับผิดชอบเส้นทางต่างๆ มีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายรถที่จอดเสียหรือกีดขวางการจราจร สามารถประสานเข้ามาได้ทันที เพื่อให้การแก้ไขปัญหาทำได้รวดเร็วที่สุด

ด้านพลตำรวจตรีธวัช ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะในการเคลื่อนย้ายรถที่เสียหายจากน้ำท่วม เพราะตำรวจมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ ขณะที่สถานการณ์ขณะนี้ยังมีรถจอดเสียและรถที่ถูกน้ำท่วมตกค้างอยู่หลายพื้นที่ แม้บางเส้นทางจะเริ่มกลับมาใช้การได้แล้ว แต่หากยังมีรถเสียจอดขวางอยู่ ก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม จึงต้องเร่งเคลียร์พื้นที่ให้เร็วที่สุด

ก่อนหน้านี้ตำรวจสามารถเปิดการจราจรบนถนนเพชรบุรีได้ หลังเข้าไปเคลื่อนย้ายรถที่กีดขวางเส้นทาง ส่วนพื้นที่ที่ยังต้องเร่งดำเนินการ มีทั้งถนนลาดพร้าว พื้นที่บางกะปิ และถนนพัฒนาการ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำเครื่องมือที่ได้รับการสนับสนุนเข้าไปดำเนินการ เพื่อเปิดเส้นทางให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้การจราจรได้โดยเร็ว

นายสิริพงศ์ บอกอีกว่า นอกจากการเคลื่อนย้ายรถแล้ว กระทรวงคมนาคมยังมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่รถได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยกรมการขนส่งทางบกได้ประสานผู้ประกอบการและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวม 25 ราย

ผู้ประกอบการทั้งหมดแสดงความพร้อมที่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ทั้งในส่วนของค่าบริการซ่อมบำรุง รวมถึงค่าอะไหล่ โดยลดประมาณ 30–40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อช่วยลดภาระของประชาชนที่ต้องนำรถเข้าซ่อม หลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หากประชาชนเข้าไปใช้บริการแล้วไม่ได้รับความสะดวก หรือพบปัญหาเรื่องการให้บริการ สามารถร้องเรียนมายังกรมการขนส่งทางบก เพื่อให้ประสานงานและตรวจสอบเป็นรายกรณี

ส่วนประชาชนที่บ้านพักหรือพื้นที่โดยรอบยังมีน้ำท่วม แต่ถนนสายหลักเริ่มแห้งแล้ว กระทรวงคมนาคมขอความร่วมมือให้เร่งเคลื่อนย้ายรถที่นำไปจอดบนถนนหรือบริเวณทางด่วนออกจากพื้นที่ เนื่องจากนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการจราจรแล้ว ยังอาจกระทบต่อความปลอดภัยของตัวรถและทรัพย์สิน รวมถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมได้จัดพื้นที่จอดรถของหน่วยงานในสังกัดไว้รองรับประชาชน โดยสามารถนำรถไปจอดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จนถึงวันที่ 2 ตุลาคมนี้ และหากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย ก็จะพิจารณาขยายระยะเวลาให้เพิ่มเติม

นายสิริพงศ์ ยังย้ำว่า แม้ขณะนี้หลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่บางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง ประชาชนจึงต้องติดตามสถานการณ์เป็นรายพื้นที่ โดยเฉพาะเส้นทางที่น้ำยังไม่ลด และหลีกเลี่ยงการนำรถเข้าไปจอดกีดขวางเส้นทาง

สำหรับภาพรวมการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะนี้สามารถกลับมาให้บริการได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยมีการปรับเปลี่ยนการใช้รถให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น นำรถโดยสารที่มีพื้นรถสูงมาให้บริการในเส้นทางที่ยังมีน้ำท่วมขังหรือน้ำยังมีระดับสูง

ขณะที่เส้นทางที่ยังมีน้ำลึก กระทรวงคมนาคมได้ขอความร่วมมือจากกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ให้จัดรถเข้าไปให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อทดแทนระบบขนส่งบางส่วนที่ยังไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ

ส่วนสถานการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน กระทรวงคมนาคมยังคงติดตามเส้นทางคมนาคมทั่วประเทศ ทั้งทางหลวง ทางหลวงชนบท และเส้นทางรถไฟ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์เป็นประจำว่าเส้นทางใดสามารถสัญจรได้ เส้นทางใดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และมีจุดใดที่ต้องเฝ้าระวังประชาชนสามารถติดตามข้อมูลสภาพเส้นทางได้จากช่องทางประชาสัมพันธ์ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ซึ่งจะมีการอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้

ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเผชิญสถานการณ์อุทกภัยเร่งด่วนฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.คค. จะยังคงดำเนินการต่อเนื่อง โดยไม่ได้ดูเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่เตรียมรับมือสถานการณ์ในพื้นที่อื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากอุทกภัยด้วย

พร้อมย้ำหลักการทำงานแบบบูรณาการ หากหน่วยงานใดร้องขอความช่วยเหลือ และกระทรวงคมนาคมมีเครื่องมือหรือกำลังที่สามารถสนับสนุนได้ ก็พร้อมเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อให้การเดินทางของประชาชนกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด