“สุรศักดิ์” เจอกับตัวกระเป๋าตกค้างที่ “การบินไทย” แฉ! ทหารไปช่วยขนกระเป๋า ไม่มีข้าว-ที่พัก ฉะใกล้ครบวาระ ถ้าไม่พร้อมทำงานก็ลาออกไป ชี้ นำเจ้าหน้าที่ไปช่วยสายการบินในเครือจนเกิดปัญหา คาดกระเป๋าถึงมือนักท่องเที่ยวภายใน 3-4 วัน แนะ รมว.คลัง ขันน็อตถกบอร์ดผู้บริหาร

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงปัญหากระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารที่เดินทางมาด้วยสายการบินไทยตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิจำนวนมากว่า ตนได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงาน ทั้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงคมนาคม ซึ่งพบว่าการลำเลียงกระเป๋าเฉพาะของสายการบินไทยมีปัญหา เนื่องจากไปรับบริการขนกระเป๋าของสายการบินในเครืออื่นด้วย ทำให้ผู้โดยสารต้องรอรับกระเป๋า บางคนต้องรอนานกว่า 5-6 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ประกอบกับช่วงที่ฝนตกหนัก ทำให้พนักงานของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยเฉพาะพนักงานขนกระเป๋า ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงทำให้มีกระเป๋าตกค้างสะสม ซึ่งปัจจุบันสัมภาระก็ยังถูกกองไว้อยู่เป็นจำนวนมาก
เบื้องต้นได้มีการขอกำลังทหารกว่า 100 นาย มาช่วยขนย้ายแล้ว และจะนำส่งให้กับนักท่องเที่ยวไปยังโรงแรมที่พักและบ้านต่อไป แต่ยอมรับว่าความชำนาญอาจไม่เท่ากับเจ้าหน้าที่ของสายการบินโดยตรง อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าจะจัดส่งกระเป๋าไปยังที่พักของนักท่องเที่ยวได้ภายใน 3-4 วัน ตามที่การบินไทยระบุ
นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาหลังเกิดความล่าช้าในการลำเลียงกระเป๋าว่า ทำให้เที่ยวบินอื่น ๆ ได้รับผลกระทบไปด้วยจนเกิดความล่าช้า (ดีเลย์) เพราะเครื่องบินที่มีกระเป๋าตกค้างอยู่ ไม่สามารถทำการบินต่อได้ และกระเป๋าของผู้โดยสารขาออกก็ไม่สามารถลำเลียงขึ้นเครื่องได้
นอกจากนี้ นายสุรศักดิ์ยังตำหนิผู้บริหารสายการบินไทย ที่ไปรับผิดชอบสายการบินในเครืออื่นด้วย เพราะต้องนำเจ้าหน้าที่ของสายการบินไทยไปช่วยเหลือสายการบินอื่นในเครือ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ จึงทำให้สายการบินที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในวันนี้คือ สายการบินไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีรวมถึงรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ได้รับทราบปัญหา และรู้ว่าการบินไทยเริ่มกลับมาทำกำไรได้มากขึ้น แต่กลับเกิดปัญหาเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องตำหนิผู้บริหารสายการบินไทย ทั้งที่กระทรวงกลาโหมได้นำกำลังพลไปช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีอาหารและที่พักจัดเตรียมไว้ให้ ทำให้ทหารต้องกลับไปรับประทานอาหารที่หน่วย แล้วค่อยกลับมาลำเลียงกระเป๋าใหม่
อีกทั้งการบินไทยยังไม่ให้ข้อมูลใด ๆ ในการช่วยเหลือ และไม่พยายามแก้ไขปัญหา ทั้งที่เป็นเรื่องภาพลักษณ์ของประเทศ กระทบการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของสายการบินระดับชาติ

ดังนั้น จึงน่าจะต้องมีการพูดคุยอย่างจริงจัง และผู้บริหารจะต้องทำงานเชิงรุกให้มากกว่านี้ จะคิดว่าใกล้จะครบวาระแล้วไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ หากไม่พร้อมทำงานควรลาออกไปเลย เพราะในวันที่ตนลงพื้นที่ ตนยังรู้สึกกระวนกระวายใจมากกว่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบหน้าที่โดยตรงเสียอีก
ส่วนสาเหตุที่รัฐมนตรีดูโมโหกับสถานการณ์นี้นั้น นายสุรศักดิ์ ยอมรับว่า ตนประสบพบเจอกับตัวเอง หลังจากเดินทางกลับมาจากเอเชียนเกมส์ ตนก็ไม่ได้รับกระเป๋าและต้องขอรับภายหลัง อีกทั้งทุกหน่วยงานได้สะท้อนปัญหามาถึงตนว่าไม่ได้รับความร่วมมือ ทั้งที่หน่วยงานต่าง ๆ พร้อมให้การช่วยเหลือ ซึ่งตนก็ไม่สบายใจกับการทำงานเช่นนี้ของสายการบินไทย เพราะกระทบต่อชื่อเสียงและเสียภาพลักษณ์ของประเทศ
พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า ทราบว่าผู้บริหารใกล้จะครบวาระแล้ว ถ้าไม่อยากทำงานก็ควรพิจารณาตนเองโดยเร็ว คนอื่นที่พร้อมจะได้มาทำหน้าที่แทน เพราะตอนนี้สายการบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือสายการบินไทย
นายสุรศักดิ์ ยืนยันด้วยว่า ไม่มีนักท่องเที่ยวตกค้าง เนื่องจากสนามบินยังคงเปิดตามปกติ และสายการบินก็ทำการบินตามปกติ ไม่มีการล่าช้าจากสภาพอากาศแล้ว มีเพียงความล่าช้าจากปัญหาทางเทคนิคของสายการบินไทยที่ไม่พร้อมทำการบิน แต่ตนกังวลเพียงเรื่องกระเป๋าของนักท่องเที่ยวเท่านั้น
นายสุรศักดิ์ ยังเห็นว่า ขณะนี้การบินไทยเป็นสายการบินเอกชนแล้ว แม้ว่ากระทรวงการคลังจะถือหุ้นใหญ่ก็ตาม แต่น่าจะนำกลับมาเป็นของรัฐอีกครั้ง พร้อมเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังควรจะเรียกประชุมบอร์ดการบินไทย เพื่อพูดคุยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เพราะการบินไทยกำลังจะกลับมาดำเนินงานได้ดี แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ต้องเสียชื่อเสียงอีกครั้ง

