ชลประทาน เพิ่มระบายน้ำ นายก อบต.ท่าอิฐ เตรียมพร้อม สร้างสะพาน ช่วยผู้ป่วย เผยน้ำขึ้นสูงสุดในรอบสัปดาห์

วันนี้ (28 ก.ย. 69) เวลา 15.30 น. กรมชลประทานประกาศทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาขึ้นสู่ระดับ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หลังมีฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ภาคเหนือและลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร 

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณชุมชนมัสยิดท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าชุมชนได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมเข้าสู่วันที่ 4 โดยระดับน้ำในช่วงบ่ายสูงประมาณ 15 เซนติเมตร และคาดว่าในช่วงเย็นที่มีน้ำหนุนสูง ระดับน้ำอาจพุ่งสูงถึง 40 เซนติเมตร  นายปรีดา เชื้อผู้ดี นายกเทศบาลเมืองท่าอิฐ และที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี พร้อมด้วย นายกษมา ท่าอิฐ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ต.ท่าอิฐ นำกำลังเจ้าหน้าที่และชุด ชรบ. ลงพื้นที่สร้างสะพานไม้ชั่วคราวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงประชาชนจากเกาะเกร็ดที่ต้องเดินทางข้ามเรือมาทำงาน 

นายปรีดา เปิดเผยว่า วันนี้น้ำขึ้นสูงที่สุดในรอบสัปดาห์และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีกหลายวัน ซึ่งพื้นที่รับผลกระทบหนักสุดคือบริเวณชายน้ำครอบคลุมหมู่ 4 ถึงหมู่ 10 ขณะนี้ อบต.ท่าอิฐ ได้เร่งต่อแคร่ไม้และยกเตียงสูงให้กับผู้ป่วยติดเตียงแล้วกว่า 100 ราย พร้อมจัดเตรียมกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำไว้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังได้เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ โรงเรียนดารุ้ลอะมาน ซึ่งสามารถรองรับได้ 400–500 ครอบครัว หากสถานการณ์ยืดเยื้อ 

สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้น อบต.ท่าอิฐ ได้อนุมัติจัดเตรียมถุงยังชีพจำนวน 3,000 ถุง ซึ่งอยู่ระหว่างลงพื้นที่สำรวจ และคาดว่าจะเร่งแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยได้ภายในเสาร์-อาทิตย์นี้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดงบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 

นอกจากนี้ อยากฝากถึงรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า อยากให้มีการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในระยะยาวและมีความชัดเจนเป็นรูปธรรมมากกว่านี้ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนมีเวลาเตรียมตัวรับมือได้อย่างทันท่วงที อันจะช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด