น้ำท่วมบ้าน ตัดไฟอย่างไรให้ปลอดภัย ฉบับสมบูรณ์: ปลดเบรกเกอร์ตัวไหน ย้ายอะไร ข้อห้าม ช่วยคนถูกไฟดูด และเช็กระบบไฟก่อนกลับเข้าบ้าน

อินโฟกราฟิกความปลอดภัยไฟฟ้าช่วงน้ำท่วม 3 ช่วง ก่อนน้ำเข้าบ้าน ระหว่างน้ำท่วม และหลังน้ำลด พร้อมเบอร์การไฟฟ้า 1130 และ 1129
ตัดไฟให้ถูกจังหวะ: ก่อน ระหว่าง และหลังน้ำท่วม (ไทยแทบลอยด์)

ไฟฟ้าดูดคือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นในเหตุน้ำท่วมทุกปี และเกิดกับคนที่ “แค่เดินผ่าน” น้ำขังหน้าบ้าน เข้าไปเก็บของในบ้านที่ยังไม่ตัดไฟ หรือรีบสับเบรกเกอร์กลับทันทีที่น้ำลด การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคย้ำคำแนะนำเดียวกันคือ ตัดไฟก่อนน้ำมา ไม่ใช่หลังน้ำเข้า และกรมควบคุมโรคจัดไฟฟ้าดูดเป็นภัยสุขภาพหลักที่มากับน้ำท่วมคู่กับการจมน้ำ

บทความนี้สรุปทุกเรื่องไฟฟ้าที่ต้องรู้ช่วงน้ำท่วม ตั้งแต่การรู้จักตู้ไฟของบ้านตัวเอง ขั้นตอนตัดไฟที่ถูกต้อง สิ่งที่ต้องย้าย ข้อห้ามระหว่างน้ำท่วมขัง สิ่งที่ต้องทำเมื่อรู้สึกไฟดูดในน้ำ วิธีช่วยคนถูกไฟดูดโดยไม่กลายเป็นผู้ประสบเหตุรายที่สอง เรื่องเฉพาะของปั๊มน้ำ เครื่องปั่นไฟ รถไฟฟ้า และคอนโด ไปจนถึงการเช็กระบบไฟก่อนกลับเข้าบ้าน และอุปกรณ์ที่ควรติดตั้งเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ

รู้จักตู้ไฟบ้านตัวเองก่อนน้ำมา

ตู้ไฟหรือตู้คอนซูเมอร์ยูนิตของบ้านไทยทั่วไปมี 3 ส่วน ได้แก่ เมนเบรกเกอร์ตัวใหญ่สุดที่ตัดไฟทั้งบ้าน เบรกเกอร์ย่อยแยกวงจร เช่น ปลั๊กชั้นล่าง แสงสว่างชั้นบน แอร์ ปั๊มน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น และในบ้านที่ติดตั้งหลังปี 2550 มักมีเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD หรือ ELCB) ซึ่งมีปุ่มทดสอบสีเหลืองหรือส้ม บ้านเก่าอาจยังใช้คัตเอาต์แบบสะพานไฟที่ต้องดึงคันโยกลง

  • ถ่ายรูปตู้ไฟไว้ในมือถือวันนี้ และเขียนป้ายกำกับว่าเบรกเกอร์ตัวไหนคุมอะไร ถ้าไม่มีป้าย ให้ทดลองปลดทีละตัวแล้วดูว่าไฟส่วนไหนดับ
  • บอกทุกคนในบ้านรวมทั้งเด็กโตและผู้สูงอายุว่าเมนเบรกเกอร์คือตัวไหน และให้ปลดได้ถ้าน้ำเข้าบ้านขณะไม่มีผู้ใหญ่คนอื่นอยู่
  • กดปุ่มทดสอบเครื่องตัดไฟรั่วทุก 3 เดือน ถ้ากดแล้วไฟไม่ตัด แปลว่าเครื่องเสีย ต้องเปลี่ยนก่อนฤดูฝน
  • ตู้ไฟที่ติดอยู่ต่ำกว่า 1.5 เมตรในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ควรย้ายขึ้นสูงหรือขึ้นชั้นสองในการปรับปรุงบ้านครั้งถัดไป

ก่อนน้ำเข้าบ้าน: ตัดไฟอย่างไร

  1. เริ่มเมื่อมีประกาศเตือน ไม่ใช่เมื่อน้ำถึงประตู เมื่อ ปภ. หรือ กทม. ส่งข้อความเตือน หรือเรดาร์ฝนแสดงกลุ่มฝนสีแดงเคลื่อนเข้าพื้นที่ ให้เริ่มขั้นตอนถอดปลั๊กและย้ายของทันที (วิธีเช็คน้ำท่วมและอ่านเรดาร์ฝน)
  2. ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้นชั้นล่าง ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี คอมพิวเตอร์ ปั๊มน้ำ ไมโครเวฟ แล้วยกขึ้นที่สูงหรือชั้นบน เครื่องที่ยกไม่ได้เช่นตู้เย็นให้หนุนด้วยอิฐบล็อกให้สูงกว่าระดับน้ำที่คาดไว้อย่างน้อย 30 เซนติเมตร และย้ายอาหารสดไปกล่องน้ำแข็ง
  3. ปลดเบรกเกอร์วงจรชั้นล่างและปั๊มน้ำ บ้านสองชั้นที่แยกวงจรจะยังใช้ไฟชั้นบนได้ หากตู้ไฟไม่แยกวงจร ต้องปลดเมนเบรกเกอร์ทั้งหมด ยอมอยู่ในความมืดดีกว่าเสี่ยง
  4. ปลดเบรกเกอร์ตอนที่มือ เท้า และพื้นที่ยืนยังแห้ง การไฟฟ้านครหลวงย้ำว่าต้องยืนบนพื้นแห้ง สวมรองเท้า และใช้มือแห้งสนิท ถ้าน้ำเข้าถึงตู้ไฟแล้ว ห้ามแตะเด็ดขาด ให้โทรแจ้งการไฟฟ้ามาตัดไฟจากมิเตอร์หรือหม้อแปลง
  5. ปิดปลั๊กผนังที่อยู่ต่ำด้วยเทปกาวกันน้ำ ไม่ใช่เพื่อกันน้ำ แต่เพื่อเตือนตัวเองและคนอื่นไม่ให้เสียบใช้ก่อนช่างตรวจ
  6. ปิดวาล์วแก๊สและถอดหัวเตา ถังแก๊สลอยน้ำได้และอาจล้มจนสายหลุด ย้ายถังขึ้นที่สูงหรือมัดกับเสา
  7. เครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องกรองน้ำแบบเสียบไฟ ปลดเบรกเกอร์เฉพาะและถอดปลั๊ก แม้ติดตั้งสูงกว่าระดับน้ำ เพราะสายดินและท่อน้ำเป็นตัวนำ

ระหว่างน้ำท่วมขัง: 10 ข้อห้าม

  • ห้ามเดินลุยน้ำใกล้เสาไฟฟ้า ตู้ควบคุมไฟจราจร ตู้โทรศัพท์ ตู้ไฟสาธารณะ ป้ายโฆษณาที่มีไฟ หรือรั้วโลหะที่มีสายไฟพาด ให้ห่างอย่างน้อย 2 ถึง 3 เมตร
  • ห้ามแตะสายไฟที่ห้อยลงมาหรือจมน้ำ แม้ดูเหมือนไฟดับแล้ว การไฟฟ้าอาจจ่ายไฟกลับได้ทุกเมื่อ
  • ห้ามเสียบปลั๊กหรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียกหรือยืนในน้ำ รวมถึงชาร์จมือถือ
  • ห้ามใช้ปลั๊กพ่วงวางกับพื้นชั้นล่างที่มีน้ำขังหรือพื้นชื้น ให้แขวนหรือวางบนโต๊ะสูง และใช้ปลั๊กพ่วงที่มีสวิตช์และฟิวส์
  • ห้ามใช้เครื่องปั่นไฟในบ้าน ห้องปิด หรือใต้ถุนที่อับอากาศ เพราะก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ทำให้เสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว และห้ามต่อเครื่องปั่นไฟเข้าระบบไฟบ้านโดยตรงโดยไม่มีสวิตช์สับเปลี่ยน เพราะไฟจะย้อนขึ้นสายจำหน่ายไปทำอันตรายช่างไฟบนเสา
  • ห้ามให้เด็กเล่นน้ำในซอยที่มีเสาไฟ ปั๊มน้ำจุ่ม หรือบ้านที่ยังไม่ตัดไฟ
  • ห้ามใช้ปั๊มน้ำจุ่มที่ไม่มีสายดินและไม่ต่อผ่านเครื่องตัดไฟรั่ว และห้ามลงไปในน้ำขณะปั๊มทำงาน
  • ห้ามสับเบรกเกอร์กลับเมื่อน้ำเริ่มลด จนกว่าระบบไฟจะแห้งและได้ตรวจสอบแล้ว
  • ห้ามซ่อมไฟหรือต่อสายเองขณะน้ำยังท่วม แม้เป็นช่าง
  • ห้ามชาร์จรถไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในที่จอดรถที่มีน้ำขัง

รู้สึกไฟดูดเบา ๆ ขณะลุยน้ำ ต้องทำอย่างไร

อาการชาหรือแปลบเบา ๆ ที่ขาขณะเดินในน้ำคือสัญญาณว่ามีไฟรั่วในน้ำบริเวณนั้น ให้หยุด ถอยกลับทางเดิมทันทีโดยไม่วิ่ง เพราะกระแสจะแรงขึ้นเมื่อเข้าใกล้จุดรั่ว และการวิ่งทำให้ล้มจมน้ำ จากนั้นโทรแจ้งการไฟฟ้านครหลวง 1130 (กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1129 (จังหวัดอื่น) พร้อมบอกจุดที่แน่นอน เตือนคนอื่นไม่ให้เข้าใกล้ และแจ้งผ่าน Traffy Fondue เพื่อให้เขตติดป้ายเตือน

เห็นคนถูกไฟดูด ช่วยอย่างไรไม่ให้โดนดูดตาม

  1. ห้ามแตะตัวผู้ถูกไฟดูดด้วยมือเปล่า และห้ามลงไปในน้ำจุดเดียวกัน กรมควบคุมโรคระบุว่าผู้ช่วยเหลือจำนวนมากเสียชีวิตจากการเข้าไปคว้าตัวผู้ประสบเหตุ ตะโกนเรียกคนอื่นมาช่วยและโทร 1669 ทันที
  2. ตัดไฟก่อน ปลดเบรกเกอร์ ถอดปลั๊ก หรือโทร 1130 / 1129 ให้ตัดไฟจากต้นทาง ถ้าเป็นไฟจากเสาไฟสาธารณะ ทำได้แค่รอการไฟฟ้า
  3. ถ้าตัดไฟไม่ได้และผู้ประสบเหตุอยู่บนพื้นแห้ง ใช้วัสดุที่ไม่นำไฟฟ้าและแห้ง เช่น ไม้กวาดด้ามไม้ ท่อพีวีซี เชือกแห้ง เข็มขัดหนัง หรือเก้าอี้พลาสติก เขี่ยสายไฟออกจากตัวหรือลากผู้ประสบเหตุออกจากจุด โดยตัวผู้ช่วยต้องยืนบนที่แห้ง ใส่รองเท้ายาง
  4. ถ้าผู้ประสบเหตุอยู่ในน้ำ ห้ามลงไปเด็ดขาดจนกว่าไฟจะถูกตัด ใช้เชือกหรือไม้ยาวช่วยจากที่แห้งเท่านั้น
  5. เมื่อพ้นกระแสไฟแล้ว ตรวจการหายใจและการตอบสนอง ถ้าไม่หายใจให้เริ่มปั๊มหัวใจ กดกลางหน้าอกลึก 5 เซนติเมตร จังหวะ 100 ถึง 120 ครั้งต่อนาที จนทีมแพทย์มาถึง ถ้ามีเครื่องกระตุกหัวใจ (AED) ในอาคารใกล้เคียง ให้ใช้ตามเสียงแนะนำของเครื่อง
  6. ผู้ถูกไฟดูดที่ฟื้นแล้วต้องไปโรงพยาบาลทุกราย เพราะหัวใจอาจเต้นผิดจังหวะในหลายชั่วโมงถัดมา และแผลไหม้จากไฟฟ้าลึกกว่าที่เห็นภายนอก

เรื่องเฉพาะที่ถามบ่อย

ปั๊มน้ำจุ่มสูบน้ำออกจากบ้าน

ใช้ได้เฉพาะปั๊มที่มีสายดินสมบูรณ์ ต่อผ่านเครื่องตัดไฟรั่วหรือปลั๊กพ่วงที่มีตัวตัดไฟรั่ว วางสายไฟให้พ้นน้ำโดยแขวนไว้ ห้ามให้ปลั๊กและจุดต่ออยู่ในระยะที่น้ำกระเด็นถึง ปิดปั๊มทุกครั้งก่อนลงไปในน้ำที่ปั๊มทำงานอยู่ และห้ามใช้ปั๊มที่สายไฟมีรอยถลอกหรือต่อพันเทป

เครื่องปั่นไฟ

ตั้งกลางแจ้งห่างจากหน้าต่างและช่องลมอย่างน้อย 6 เมตร บนพื้นแห้งที่น้ำท่วมไม่ถึง ต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าเครื่องปั่นไฟโดยตรงด้วยสายพ่วงกลางแจ้ง ห้ามเสียบเข้าปลั๊กผนังบ้าน (“ป้อนไฟย้อน”) ซึ่งผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อพนักงานการไฟฟ้า เติมน้ำมันเมื่อเครื่องเย็นเท่านั้น

รถไฟฟ้าและเครื่องชาร์จ

ปลดเบรกเกอร์ของเครื่องชาร์จติดผนัง (wallbox) ก่อนน้ำมา และย้ายรถออกจากที่จอดที่เสี่ยงน้ำท่วม รถอีวีที่จมน้ำห้ามชาร์จและห้ามสตาร์ท ให้ศูนย์บริการตรวจแพ็กแบตเตอรี่ก่อน เพราะแบตเตอรี่แรงดันสูงที่โดนน้ำอาจลัดวงจรและติดไฟหลายวันหลังจากนั้น จอดรถที่จมน้ำไว้กลางแจ้งห่างจากอาคาร

คอนโดและอาคารสูง

ห้องชั้นบนไม่ต้องตัดไฟ แต่ให้ติดตามประกาศนิติบุคคล เพราะน้ำท่วมชั้นจอดรถอาจทำให้ต้องตัดไฟทั้งอาคารเพื่อป้องกันหม้อแปลงและตู้ไฟหลักที่มักอยู่ชั้นใต้ดิน ย้ายรถออกจากชั้นใต้ดินทันทีที่มีประกาศเตือน ชาร์จแบตสำรองไว้ล่วงหน้า และเตรียมไฟฉายสำหรับบันไดหนีไฟเมื่อลิฟต์หยุด

แผงโซลาร์บนหลังคา

แผงโซลาร์ผลิตไฟตลอดเวลาที่มีแสง แม้ปลดเมนเบรกเกอร์แล้ว สายจากแผงถึงอินเวอร์เตอร์ยังมีไฟ ให้ปลดสวิตช์ตัดตอนฝั่งดีซี (DC isolator) ที่อินเวอร์เตอร์ด้วย และแจ้งช่างเมื่ออินเวอร์เตอร์ที่ติดตั้งชั้นล่างโดนน้ำ

หลังน้ำลด: ก่อนสับไฟกลับ

  1. รอให้ตู้ไฟ ปลั๊ก สวิตช์ และสายไฟแห้งสนิทอย่างน้อย 24 ถึง 48 ชั่วโมง เปิดฝาปลั๊กและสวิตช์เช็ดคราบโคลน ใช้พัดลมช่วยเป่า
  2. ให้ช่างไฟตรวจค่าความเป็นฉนวนของสายไฟ (ค่า Megger) และตรวจเครื่องตัดไฟรั่วก่อนสับเมนเบรกเกอร์ หากบ้านไม่มีเครื่องตัดไฟรั่ว นี่คือเวลาติดตั้ง ค่าบริการตรวจของช่างเอกชนราว 500 ถึง 1,500 บาท
  3. สับเบรกเกอร์ทีละวงจร ดูว่ามิเตอร์หมุนผิดปกติหรือเบรกเกอร์ตัดซ้ำหรือไม่ ถ้าตัดซ้ำแปลว่ายังมีไฟรั่วในวงจรนั้น ให้ปลดไว้แล้วเรียกช่าง
  4. ปลั๊กและสวิตช์ที่จมน้ำควรเปลี่ยนใหม่ ราคาชิ้นละหลักสิบถึงหลักร้อย ถูกกว่าความเสี่ยง
  5. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จมน้ำ โดยเฉพาะตู้เย็น เครื่องซักผ้า แอร์ และเครื่องทำน้ำอุ่น ต้องให้ช่างตรวจมอเตอร์และแผงวงจรก่อนเสียบใช้ อย่าทดลองเปิดเอง เครื่องที่น้ำเข้าแผงวงจรมักเสียหายถาวรและอาจลัดวงจรไฟไหม้
  6. ถ่ายรูปความเสียหายทุกจุดก่อนซ่อมและก่อนทิ้ง เพื่อใช้ยื่นประกันบ้านหรือขอความช่วยเหลือจากรัฐ
  7. ตรวจสายดินและแท่งหลักดินที่อาจถูกน้ำกัดเซาะ

อุปกรณ์ที่ควรติดตั้งเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ

อุปกรณ์ทำอะไรราคาโดยประมาณ
เครื่องตัดไฟรั่ว (RCD / RCBO) ขนาด 30 มิลลิแอมป์ตัดไฟภายในเสี้ยววินาทีเมื่อกระแสไหลผ่านร่างกายคน อุปกรณ์ที่การไฟฟ้าแนะนำให้ติดตั้งทุกบ้าน800 ถึง 3,000 บาทรวมค่าติดตั้ง
แยกวงจรชั้นล่างและชั้นบนปลดเฉพาะชั้นล่างเมื่อน้ำมา ชั้นบนยังใช้ไฟได้2,000 ถึง 6,000 บาท ขึ้นกับสายที่ต้องเดินใหม่
ย้ายตู้ไฟและปลั๊กชั้นล่างขึ้นสูง 1.2 ถึง 1.5 เมตรพ้นระดับน้ำท่วมทั่วไปในบ้านพื้นที่ซ้ำซาก3,000 ถึง 10,000 บาท
สวิตช์สับเปลี่ยนสำหรับเครื่องปั่นไฟ (transfer switch)ใช้เครื่องปั่นไฟกับวงจรบ้านได้อย่างปลอดภัย ไม่ป้อนไฟย้อน2,000 ถึง 8,000 บาท
ปลั๊กพ่วงมีตัวตัดไฟรั่วในตัวสำหรับปั๊มน้ำจุ่มและเครื่องมือกลางแจ้ง500 ถึง 1,500 บาท

เบอร์ที่ต้องมีติดตู้ไฟ

หน่วยงานหมายเลขใช้เมื่อ
การไฟฟ้านครหลวง (MEA)1130กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ: ไฟรั่ว ขอตัดไฟจากมิเตอร์ สายไฟขาด เสาไฟล้ม
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)1129จังหวัดอื่นทั่วประเทศ
การแพทย์ฉุกเฉิน1669ผู้ถูกไฟดูด หมดสติ หยุดหายใจ
ดับเพลิงและกู้ภัย199ไฟไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจร
สายด่วน กทม.1555เสาไฟสาธารณะและตู้ไฟจราจรในกรุงเทพฯ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป งานไฟฟ้าที่เกินการปลดเบรกเกอร์และถอดปลั๊กควรทำโดยช่างไฟที่มีใบอนุญาต ปรับปรุงล่าสุด 26 กันยายน 2569