
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยย้ำเสมอว่า 72 ชั่วโมงแรกหลังเกิดภัยพิบัติคือช่วงที่ความช่วยเหลืออาจยังเข้าไม่ถึง ถนนถูกตัด ไฟดับ สัญญาณมือถือล่ม และหน่วยกู้ภัยต้องช่วยผู้ที่วิกฤตที่สุดก่อน ครอบครัวจึงต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง 3 วัน ถุงยังชีพที่จัดไว้ล่วงหน้าคือสิ่งที่ทำให้การอพยพกลางดึกใช้เวลา 2 นาทีแทน 20 นาที และทำให้ไม่ต้องกลับเข้าบ้านที่น้ำท่วมเพื่อหายาประจำตัว
บทความนี้ให้เช็กลิสต์แบบจัดเอง 10 หมวด ระบุปริมาณต่อคน แยกของสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยง อธิบายว่าบ้านชั้นเดียว บ้านสองชั้น คอนโด และคนที่ต้องขับรถประจำควรจัดต่างกันอย่างไร พร้อมงบประมาณโดยประมาณ รอบตรวจของ และความต่างจากถุงยังชีพที่หน่วยงานแจก อ้างอิงเช็กลิสต์ 72 ชั่วโมงของ ปภ. และคำแนะนำกรมอนามัย
หลักการจัดถุงยังชีพ 6 ข้อ
- จัด 1 ใบต่อคน ไม่ใช่ 1 ใบต่อบ้าน เพื่อให้ทุกคนหยิบของตัวเองแล้วออกได้ทันที และน้ำหนักไม่เกินที่แต่ละคนถือได้ ผู้ใหญ่ราว 8 ถึง 10 กิโลกรัม ผู้สูงอายุ 5 กิโลกรัม เด็กราว 3 กิโลกรัม
- แยกของเป็น “ติดตัว” กับ “สำรองในบ้าน” น้ำ 9 ลิตรต่อคนหนักเกินจะแบก จึงใส่ในเป้เพียง 1.5 ถึง 2 ลิตร ที่เหลือเก็บที่บ้านในจุดที่น้ำท่วมไม่ถึง
- ใช้กระเป๋าเป้ ไม่ใช่กระเป๋าถือหรือกระเป๋าล้อลาก เพราะต้องมือว่างสองข้างเวลาลุยน้ำหรืออุ้มเด็ก เป้กันน้ำดีที่สุด ถ้าไม่มีให้ใส่ของทุกอย่างในถุงซิปล็อกแยกหมวด
- วางไว้จุดเดียวที่ทุกคนรู้ ใกล้ประตูทางออก ไม่ใช่ในตู้เก็บของหรือใต้เตียง บ้านสองชั้นวางไว้หัวบันไดชั้นบน
- ของกินและยามีวันหมดอายุ ตั้งเตือนตรวจทุก 6 เดือน เช่น ต้นเดือนพฤษภาคมก่อนฤดูฝนภาคกลาง และต้นเดือนพฤศจิกายนก่อนฤดูฝนภาคใต้
- ซ้อมหยิบและเดินออก อย่างน้อยปีละครั้ง ให้เด็กรู้ว่าเป้ของตัวเองอยู่ไหนและจุดนัดพบคือที่ใด
เช็กลิสต์ 10 หมวด
1. น้ำดื่มและอาหาร
- น้ำดื่มบรรจุขวด 3 ลิตรต่อคนต่อวัน รวม 9 ลิตรต่อคนสำหรับ 3 วัน ใส่ในเป้ 1.5 ถึง 2 ลิตร ที่เหลือสำรองในบ้าน ในอากาศร้อนและเมื่อต้องเดินลุยน้ำ ร่างกายต้องการน้ำมากกว่านี้
- อาหารพร้อมกินไม่ต้องอุ่นและไม่ต้องแช่เย็น เช่น ปลากระป๋อง ข้าวกระป๋อง ขนมปังกรอบ ธัญพืชอัดแท่ง ผลไม้อบแห้ง ถั่ว นมกล่องยูเอชที วันละ 3 มื้อ 3 วัน เลือกที่คนในบ้านกินได้จริง ไม่ใช่ที่ซื้อแล้วไม่มีใครแตะ
- ที่เปิดกระป๋องแบบพกพา ช้อนพลาสติก ถ้วยพับได้
- เม็ดฟู่คลอรีนหรือหยดฆ่าเชื้อสำหรับทำน้ำสะอาด กรณีน้ำขวดหมด และผ้ากรองน้ำหรือกระบอกกรองแบบพกพาถ้ามีงบ
- ลูกอม น้ำตาลก้อน หรือช็อกโกแลต สำหรับพลังงานเร่งด่วนและช่วยเรื่องขวัญกำลังใจ
2. ยาและปฐมพยาบาล
- ยาประจำตัวอย่างน้อย 7 วัน (ถ้าเป็นไปได้ 14 วัน) พร้อมสำเนาใบสั่งยาหรือรูปถ่ายฉลากยา เพราะโรงพยาบาลในพื้นที่ภัยพิบัติอาจจ่ายยาต่อให้ได้ถ้ารู้ชื่อยาและขนาด
- ยาสามัญ: พาราเซตามอล ยาแก้แพ้ ผงเกลือแร่ ORS ยาแก้ท้องเสีย ยาธาตุ ยาลดกรด ยาแก้เมารถ
- ชุดปฐมพยาบาล: พลาสเตอร์กันน้ำหลายขนาด ผ้าก๊อซ แอลกอฮอล์ เบตาดีน น้ำเกลือล้างแผล ผ้าพันแผล กรรไกรเล็ก ที่คีบ ถุงมือยาง
- ยาทาฆ่าเชื้อราสำหรับน้ำกัดเท้า และวาสลีนทาก่อนลุยน้ำ (โรคที่มากับน้ำท่วมและวิธีดูแล)
- หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ยากันยุงแบบทาหรือสเปรย์
- ผ้าอนามัย และยาคุมกำเนิดสำหรับผู้ที่ใช้
3. เอกสารสำคัญและเงิน
- สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สมุดบัญชี กรมธรรม์ประกันบ้านและรถ โฉนดหรือสัญญาเช่า ทะเบียนรถ ใส่ซองซิปล็อก และถ่ายรูปเก็บในมือถือและคลาวด์ เอกสารตัวจริงเก็บไว้ชั้นบนในกล่องกันน้ำ
- เงินสดธนบัตรย่อย 1,000 ถึง 3,000 บาท เพราะไฟดับทำให้เครื่องรูดบัตร ตู้เอทีเอ็ม และการโอนเงินใช้ไม่ได้ และร้านค้าไม่มีเงินทอน
- รายชื่อเบอร์โทรฉุกเฉินและญาติเขียนบนกระดาษ กรณีมือถือแบตหมดหรือเสียหาย รวม 1784 ปภ. 1669 การแพทย์ฉุกเฉิน 1555 กทม. 1130 และ 1129 การไฟฟ้า และเบอร์โรงพยาบาลประจำ
- กุญแจสำรองบ้านและรถ
4. แสงสว่างและการสื่อสาร
- ไฟฉาย LED และถ่านสำรอง 1 ชุด หรือไฟฉายแบบชาร์จมือหมุน ไฟคาดหัวดีกว่าไฟฉายมือถือเพราะมือว่าง
- แบตเตอรี่สำรองความจุ 10,000 mAh ขึ้นไป ชาร์จเต็มไว้เสมอ พร้อมสายชาร์จของทุกคน แบต 10,000 mAh ชาร์จมือถือได้ราว 2 ถึง 3 รอบ
- วิทยุพกพาใส่ถ่าน หรือวิทยุในมือถือรุ่นที่มี สำหรับฟังประกาศเมื่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตล่ม
- นกหวีด สำหรับส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เสียงดังกว่าตะโกน ไม่เปลืองแรง และได้ยินจากเรือกู้ภัยในระยะไกล
- ไฟแช็กในถุงซิปล็อก และเทียนไข (ใช้เฉพาะเมื่อไม่มีแก๊สรั่ว)
5. เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว
- เสื้อผ้า 2 ชุด ชุดชั้นใน ถุงเท้า 3 คู่ ใส่ถุงซิปล็อกกันน้ำ เลือกผ้าแห้งเร็ว ไม่ใช่ยีนส์
- เสื้อกันฝนแบบพับได้ รองเท้าแตะรัดส้นหรือรองเท้าบูตยาง หมวก
- ผ้าขนหนูผืนเล็ก แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ก้อนเล็ก กระดาษชำระ ทิชชูเปียก
- ผ้าห่มฉุกเฉินแบบฟอยล์ น้ำหนักเบา กันหนาวและกันฝน ศูนย์พักพิงมักหนาวตอนกลางคืนจากพัดลมและพื้นปูน
- แว่นตาสำรองสำหรับผู้ที่ใส่แว่น และที่อุดหูสำหรับนอนในศูนย์พักพิง
6. เครื่องมือ
- มีดพับหรือเครื่องมืออเนกประสงค์
- เทปกาวผ้า เชือกไนลอน 5 ถึง 10 เมตร สำหรับผูกของ ทำราวตากผ้า หรือช่วยคนในน้ำ
- ถุงพลาสติกใหญ่ 5 ถึง 10 ใบ ใช้กันน้ำ ใส่ขยะ รองนอน หรือทำเสื้อกันฝนฉุกเฉิน
- ถุงซิปล็อกหลายขนาดสำหรับมือถือและเอกสาร
- ปากกาและสมุดเล็ก สำหรับจดข้อมูลศูนย์พักพิงและเบอร์เจ้าหน้าที่
7. ของสำหรับเด็กเล็ก
- นมผงแบ่งซองหรือนมกล่องยูเอชที ขวดนมพร้อมจุก น้ำสะอาดสำหรับชงนม 3 วัน
- ผ้าอ้อมสำเร็จรูป 3 วัน (วันละ 6 ถึง 8 ชิ้นสำหรับทารก) ทิชชูเปียก ครีมทาก้น
- ยาลดไข้เด็กพร้อมช้อนตวง ปรอทวัดไข้
- ของเล่นชิ้นเล็ก หนังสือ 1 เล่ม หรือตุ๊กตาที่เด็กติด เพื่อลดความตื่นตระหนก
- ป้ายชื่อและเบอร์ผู้ปกครองติดที่เสื้อเด็กหรือสายรัดข้อมือ กรณีพลัดหลงในศูนย์พักพิง
- เสื้อชูชีพขนาดเด็ก ถ้าบ้านอยู่ริมน้ำหรือพื้นที่น้ำท่วมสูง
8. ของสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย
- ยาโรคประจำตัว 14 วัน และอุปกรณ์ เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องตรวจน้ำตาล เข็มฉีดอินซูลินพร้อมกระติกเย็นและถุงน้ำแข็งเจล เครื่องพ่นยาหอบหืด
- แว่นตาสำรอง ฟันปลอมและน้ำยา เครื่องช่วยฟังพร้อมถ่านสำรอง
- ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับ ถุงมือ
- บัตรผู้ป่วย บัตรทอง หรือสรุปประวัติการรักษา 1 หน้า ระบุโรค ยา แพ้ยา และเบอร์โรงพยาบาลประจำ
- ไม้เท้าหรือวอล์กเกอร์แบบพับ และเบาะรองนั่ง
- ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ใช้ออกซิเจน ต้องมีแผนอพยพล่วงหน้ากับสำนักงานเขตหรือ อบต. และเบอร์ 1669 เพราะการเคลื่อนย้ายในน้ำต้องใช้เรือและเจ้าหน้าที่
- ผู้ป่วยฟอกไต ต้องรู้โรงพยาบาลสำรองที่ฟอกไตได้และแจ้งหน่วยไตเทียมล่วงหน้า
9. ของสำหรับสัตว์เลี้ยง
- อาหารเม็ด 3 วัน น้ำ ชามพับได้
- สายจูง ปลอกคอพร้อมป้ายชื่อและเบอร์เจ้าของ กระเป๋าหรือกรงพกพา
- สมุดวัคซีน ยาประจำตัว ยากันเห็บหมัด
- ผ้ารองหรือทรายแมวแบบถุงเล็ก ถุงเก็บมูล
- เช็กล่วงหน้าว่าศูนย์พักพิงใกล้บ้านรับสัตว์เลี้ยงหรือไม่ ศูนย์ของ กทม. บางแห่งรับ บางแห่งไม่รับ หากไม่รับต้องมีแผนฝากญาติ คลินิก หรือโรงแรมสัตว์เลี้ยงนอกพื้นที่
10. ของสำรองในบ้านที่ไม่ต้องแบก
- น้ำดื่มส่วนที่เหลือ 7 ลิตรต่อคน และน้ำใช้ในถังหรืออ่างที่รองไว้ก่อนน้ำมา
- อาหารแห้ง ข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง สำหรับ 7 วัน เตาแก๊สพกพาและแก๊สกระป๋อง 3 ถึง 4 กระป๋อง
- ไฟฉายตั้งพื้นหรือโคมไฟแอลอีดี ถ่านสำรองชุดใหญ่
- ถังขยะมีฝาปิดและถุงดำ สำหรับขยะและของเสียเมื่อส้วมใช้ไม่ได้
- น้ำยาฟอกขาวสำหรับฆ่าเชื้อหลังน้ำลด ถุงมือยาง รองเท้าบูต
- กระสอบทรายและพลาสติกสำหรับกันน้ำเข้าบ้าน (วิธีวางกระสอบทราย)
จัดต่างกันอย่างไรตามที่อยู่
| ที่อยู่ | สถานการณ์ที่มักเจอ | เน้นอะไรในถุง | เก็บถุงไว้ที่ไหน |
|---|---|---|---|
| บ้านชั้นเดียว พื้นที่ลุ่ม | ต้องอพยพจริงเมื่อน้ำเข้าบ้าน | ของติดตัวครบ เสื้อชูชีพ เอกสารตัวจริงในถุงกันน้ำ | ใกล้ประตูหน้า บนโต๊ะสูง |
| บ้านสองชั้น | อยู่ชั้นบนได้ แต่ไฟและน้ำประปาถูกตัด | น้ำและอาหารสำรอง 7 วันชั้นบน ไฟฉายตั้งพื้น เตาแก๊สพกพา | หัวบันไดชั้นบน |
| คอนโดหรือแฟลตชั้นสูง | ลิฟต์และไฟดับ ที่จอดรถชั้นใต้ดินท่วม ออกจากอาคารลำบาก | น้ำ อาหาร แบตสำรอง และไฟฉายสำหรับหลายวัน ย้ายรถก่อน | ตู้ใกล้ประตูห้อง |
| คนที่ขับรถประจำหรือทำงานไกลบ้าน | ติดอยู่บนถนนหรือที่ทำงาน กลับบ้านไม่ได้ | ชุดเล็กในรถ: น้ำ 2 ลิตร ขนม ไฟฉาย แบตสำรอง เสื้อกันฝน รองเท้าแตะ ผ้าห่มฟอยล์ | ท้ายรถหรือใต้เบาะ |
| บ้านริมแม่น้ำหรือคลอง | น้ำขึ้นเร็วและอาจไหลแรง | เสื้อชูชีพทุกคน นกหวีด เชือก ไฟฉายกันน้ำ | ชั้นบนและใกล้ทางออกด้านที่สูง |
งบประมาณโดยประมาณ
| ชุด | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อคน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ชุดพื้นฐาน (น้ำ อาหาร ไฟฉาย ยาสามัญ เอกสาร ถุงกันน้ำ นกหวีด) | 600 ถึง 900 บาท | ของหลายอย่างมีในบ้านอยู่แล้ว |
| ชุดครบ (เพิ่มแบตสำรอง วิทยุ ผ้าห่มฟอยล์ เสื้อกันฝน เครื่องมือ เป้กันน้ำ) | 1,500 ถึง 2,500 บาท | แบตสำรองและเป้คือรายการแพงที่สุด |
| เพิ่มสำหรับเด็กเล็ก | 500 ถึง 1,000 บาท | ผ้าอ้อมและนมผง |
| เพิ่มสำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ | 500 ถึง 1,500 บาท | ขึ้นกับยาและอุปกรณ์ |
| เสื้อชูชีพ | 300 ถึง 800 บาทต่อตัว | จำเป็นสำหรับบ้านริมน้ำและเด็ก |
ต่างจากถุงยังชีพที่หน่วยงานแจกอย่างไร
ถุงยังชีพที่ ปภ. มูลนิธิ หรือหน่วยงานแจก มุ่งให้ “อยู่ได้” ในศูนย์พักพิงหรือบ้านที่ถูกตัดขาด จึงเน้นข้าวสาร อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำดื่ม และของใช้พื้นฐานอย่างสบู่ ยาสีฟัน มาตรฐานถุงยังชีพของ ปภ. กำหนดมูลค่าราว 700 บาทต่อครัวเรือน ส่วนถุงยังชีพที่จัดเองมุ่งให้ “ออกจากบ้านได้ทันที” จึงต้องเบา มียาและเอกสารเฉพาะบุคคลที่ไม่มีใครแจกให้ได้ ทั้งสองอย่างไม่ทดแทนกัน ครอบครัวในพื้นที่เสี่ยงควรมีทั้งสำรองอาหารในบ้าน 3 ถึง 7 วัน และเป้ฉุกเฉินประจำตัว
ซ้อมอพยพ 10 นาที: ทำครั้งเดียวก่อนฤดูฝน
- ตกลง “จุดนัดพบ” 2 จุด จุดแรกใกล้บ้านบนที่สูง เช่น วัด โรงเรียน หรือห้าง จุดที่สองนอกพื้นที่ เช่น บ้านญาติ กรณีทั้งย่านถูกตัดขาด
- ตกลงว่าใครรับผิดชอบใคร ผู้ใหญ่คนไหนดูเด็กคนไหน ใครพาผู้สูงอายุ ใครหยิบสัตว์เลี้ยง ใครปลดเบรกเกอร์และปิดแก๊ส
- ให้ทุกคนเดินไปหยิบเป้ของตัวเองแล้วมาที่ประตูจับเวลา ถ้าเกิน 2 นาที แปลว่าเป้อยู่ผิดที่
- เดินเส้นทางอพยพจริงไปจุดนัดพบครั้งหนึ่งในเวลากลางวัน ดูว่าจุดไหนต่ำและจะท่วมก่อน
- ตั้งกลุ่มแชตครอบครัวและตกลงว่าถ้าติดต่อไม่ได้ให้ส่งข้อความสั้นแทนการโทร เพราะข้อความผ่านได้ในเครือข่ายที่แน่น
ของที่คนมักลืม
- ที่ชาร์จมือถือแบบสายและหัวปลั๊ก มักเสียบทิ้งไว้ที่ผนัง
- กุญแจรถและกุญแจบ้านสำรอง
- ยาคุมกำเนิด ยาโรคประจำตัวที่เพิ่งได้รับใหม่ และแว่นสายตา
- ของใช้ประจำเดือน
- ถ่านสำหรับเครื่องช่วยฟังและเครื่องวัดน้ำตาล
- อาหารสัตว์เลี้ยงและกรง เมื่อรีบมักปล่อยสัตว์ไว้แล้วกลับมารับไม่ได้
- รองเท้าที่ใส่เดินได้จริง หลายคนออกจากบ้านด้วยรองเท้าแตะแบบคีบแล้วหลุดในน้ำ
รอบตรวจของทุก 6 เดือน
- เปลี่ยนน้ำดื่มและอาหารที่ใกล้หมดอายุ นำของเดิมมากินก่อนหมดอายุจะไม่เสียของ
- ตรวจยาประจำตัวให้ตรงกับที่แพทย์สั่งปัจจุบัน
- ชาร์จแบตสำรองให้เต็ม เปลี่ยนถ่านไฟฉาย
- อัปเดตสำเนาเอกสาร โดยเฉพาะบัตรที่ต่ออายุใหม่และกรมธรรม์
- ปรับขนาดเสื้อผ้าและผ้าอ้อมเด็กตามการเติบโต
- ตรวจว่าเบอร์ฉุกเฉินและจุดนัดพบยังใช้ได้
แหล่งอ้างอิง
- พร้อมรับมือภัยพิบัติ กับ ปภ. Check list เพื่อการเอาตัวรอดใน 72 ชั่วโมงแรก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- ถุงยังชีพ พร้อมไว้ อุ่นใจกว่าเมื่อภัยมา 72 ชั่วโมงแรกหลังเกิดภัยพิบัติ สำนักงาน ปภ. จังหวัดระนอง
- 8 วิธีเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมอย่างปลอดภัย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
- 10 วิธีดูแลผู้สูงอายุ ติดบ้าน ติดเตียง ในช่วงน้ำท่วม กรมอนามัย
- เตรียมตัวรับน้ำท่วม หากน้ำมาถึง เราต้องทำอะไรบ้าง Thairath Plus
- ทำอย่างไรเมื่อน้ำท่วมบ้าน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ราคาและปริมาณเป็นค่าประมาณสำหรับการวางแผน ปรับปรุงล่าสุด 26 กันยายน 2569

