ปปง. คืนเงินให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการ
กับทรัพย์สิน กรณี โครงการก่อสร้างห้องชุดพักอาศัยบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด รวมมูลค่ากว่า 413 ล้านบาท

ตามที่สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการกับทรัพย์สิน รายคดีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวกับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ กรณีโครงการก่อสร้างห้องชุดพักอาศัย บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด จากกรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ประชาชนจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด สัญญาซื้อขาย สัญญาจ้างทำของ และสัญญาประเภทอื่นกับบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงาน ปปง. จึงผลักดันการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2565 ทำให้มีการคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่ได้รับผลกระทบและมีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม และเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับ สำนักงาน ปปง. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับพนักงานอัยการ และดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้พิจารณาคุ้มครองสิทธิของประชาชน และศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ประชาชนผู้ร้องขอคุ้มครองสิทธิ นั้น
สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้มีสิทธิตามคำสั่งของศาลแพ่งแล้ว 2 ครั้ง รวม 636 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 413,652,811.63 บาท ได้แก่
ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 8 และ 10 กรกฎาคม 2569 คืนเงินแก่ผู้มีสิทธิฯ จำนวน 361ราย เป็นเงิน 305,114,594.68 บาท
ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19, 21 สิงหาคม และวันที่ 9 กันยายน 2569 คืนเงินแก่ผู้มีสิทธิฯ จำนวน 275 ราย เป็นเงิน 108,292,916.95 บาท
นอกจากนี้ สำนักงาน ปปง. ได้มีหนังสือแจ้งผู้มีสิทธิฯ ที่ยังมิได้แจ้งความประสงค์ขอรับเงินตามคำสั่งศาลอีก จำนวน 282 ราย เพื่อดำเนินการขอรับเงินคืนต่อไป
การดำเนินการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินนอกจากจะเป็นมาตรการที่นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดกลับคืนสู่ภาครัฐแล้ว ยังคงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนด้วย

