ตำรวจนครบาล 6 เร่งคลี่คลายเหตุเดือดกลางสถานี BTS สยาม หลังนักศึกษาอุเทนถวายก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง 2 นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดตำรวจสืบสวนรวบตัวผู้ต้องหาได้ตามหมายจับ ภายใน 8 วัน หลังเร่งสอบพยานและติดตามกดดันอย่างต่อเนื่อง

ความคืบหน้ากรณีเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กับนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน บริเวณชั้น 3 สถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม จนมีการใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกาย ส่งผลให้นักศึกษาปทุมวันถูกแทงบริเวณหลังได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 7 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ชีพเข้าปฐมพยาบาลและนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลหัวเฉียว
ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 ก.ย. 2569 พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นริศ ปราถนาพร รอง ผบก.น.6, พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บก.น.6 และ พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน บก.น.6 และชุดสืบสวน สน.ปทุมวัน เร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายวิชชากรฯ อายุ 20 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้บริเวณหน้าสน.ปทุมวัน แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.1261/2569 ลงวันที่ 11 ก.ย. 2569
โดยถูกกล่าวหาว่า “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากภายหลังเกิดเหตุ ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนหาข่าว และสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นนายวิชชากร ก่อนรวบรวมหลักฐานเสนอศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อขอออกหมายจับ

หลังศาลอนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 ชุดสืบสวนได้เร่งติดตามตัวผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้มาตรการกดดันทางการสืบสวน กระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในวันที่ 15 ก.ย. ถือเป็นการติดตามตัวผู้ต้องหาภายในเวลา 8 วันนับจากวันที่เกิดเหตุ
เบื้องต้น นายวิชชากรให้การยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวจริง และยืนยันว่าไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวิชชากรส่งพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ขณะที่คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง

