พลอยทะเล เผย จ.ภูเก็ต เร่งสอบ “ชาบัด ป่าตอง” สงสัยเชื่อมโยง บ.สร้างสุสานยิว

พลอยทะเล
{"ARInfo":{"IsUseAR":false},"Version":"1.0.0","MakeupInfo":{"IsUseMakeup":false},"FaceliftInfo":{"IsChangeEyeLift":false,"IsChangeFacelift":false,"IsChangePostureLift":false,"IsChangeNose":false,"IsChangeFaceChin":false,"IsChangeMouth":false,"IsChangeThinFace":false},"BeautyInfo":{"SwitchMedicatedAcne":false,"IsAIBeauty":false,"IsBrightEyes":false,"IsSharpen":false,"IsOldBeauty":false,"IsReduceBlackEyes":false},"HandlerInfo":{"AppName":2},"FilterInfo":{"IsUseFilter":false}}

ทำเนียบรัฐบาล, 15 ก.ย.69 – นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ตามนโยบายของรัฐบาล และตามข้อสั่งการของนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  เกี่ยวกับการสร้างสุสานของชาวต่างชาติ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า บริษัทที่สร้างสุสาน มีผู้ถือหุ้นหรือผู้ก่อตั้งบริษัท 3 คน เป็นชาวอิสราเอลที่มีสัญชาติไทยทั้งหมด และเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนี้ ซึ่งอาจจะเกี่ยวโยงถึงชาบัด ที่จังหวัดภูเก็ต นั้น

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ราชการจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลในภาพรวมแบบเชิงลึก ทั้งหมดของ ชาบัด ป่าตอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดิน การได้มา  การขออนุญาตใช้ที่ดิน การขออนุญาตสร้างอาคาร รวมไปถึงการขออนุญาตเชิงพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายทั้งหมดภายใน ชาบัด รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางของผู้ถือหุ้น ว่าไปซ้ำซ้อนกับผู้ถือหุ้นในบริษัทสุสานชาวยิว หรือไม่  โดยให้ตรวจสอบให้เสร็จภายใน 7 วัน ซึ่งจะต้องได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด  และจะต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายที่กำหนดทั้งหมด ทั้งนี้ หลังจากได้ผลการตรวจสอบแล้ว จังหวัดจะแจ้งให้ประชาชนรับทราบต่อไป

นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า จากข้อมูลพบว่าจังหวัดภูเก็ตมีนิติบุคคลจดทะเบียนกว่า 32,000 ราย ในจำนวนนี้มีนิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นกว่า 11,000 ราย หรือ 34.59% โดยสัญชาติที่ถือหุ้นมากที่สุด ได้แก่ รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย ทั้งนี้จากการตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายนอมินี 6,682 ราย พบหลักฐานเพียงพอส่งฟ้องดำเนินคดีแล้ว 196 ราย ขณะนี้ศาลมีคำพิพากษาแล้ว 9 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณา 6 คดี และอยู่ระหว่างสอบสวน 191 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบเข้มข้นส่งผลให้การจดทะเบียนนิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้นลดลงกว่า 60%  ในขณะที่การจดทะเบียนยกเลิกนิติบุคคลเพิ่มขึ้นประมาณ 30%