หากติดตามข่าวสารบ้านเมืองจะพบข่าวการทุจริตคอร์รัปชั่นถูกนำเสนออย่างต่อเนื่องของสื่อกระแสหลักทุกสำนักรวมถึงชาวบ้านและอินฟลูเอนเซอร์ นำไปสร้างคอนเทนต์เชิงเสียดสีเรียกยอดวิวสร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำแต่มีหลายภาคส่วนพยายามประสานความร่วมมือกับภาครัฐวางแนวทางแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน ทั้งสร้างสำนึกให้เยาวชน ปลุกภาคเอกชนร่วมกันต่อต้านมะเร็งตัวนี้

ซึ่งนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประTkนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) กล่าวปาฐกถา พิเศษหัวข้อ”ธุรกิจจะเลือกโกงหรือเลือกแก้”บางตอนพูดถึงคอร์รัปชั่น ว่า คือมะเร็งร้ายที่กัดกินสังคมไทย ทั้งนี้สถานการณ์การเมือง การปกครองและสังคมไทย ไม่ตอบสนองสิ่งที่ต้องแก้ไข เพราะนับวันยิ่งหนักและลามไปทุกภาคส่วนไม่ใช่แค่การค้า จ่ายง่าย จบทุกระบบในขั้นตอนราชการ
“ก่อนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มาที่สภาหอการค้า เพื่อฟังคำเสนอแนะ ผมนำเสนอวาระแห่งชาติ 6 ข้อ และต้องทำเรื่องต่อต้าน ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นให้จริง”นายพจน์ระบุและว่าหลังนายอนุทินรับตำแหน่งได้ตั้งคณะกรรมการต่อต้านคอร์ชั่นแห่งชาติและทำงานร่วมกันขับเคลื่อน “นายพจน์ระบุและว่าดัชนีวัดการคอร์รัปชั่นของไทยอยู่ในอันดับตกต่ำ หากไม่แก้ไขจะเป็นอันตราย โดยเป้าหมายสำคัญคือปลุกจิตสำนึกของประชาชน เยาวชนให้เห็นความเลวร้ายของการคอร์รัปชั่น รวมถึงต้องปิดช่องการคอร์รัปชั่นที่เกิดจากใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูก
“ภาคเอกชนต้องร่วมมือไม่จ่ายก่อน หากเอกชนไม่จ่าย จะลดลงไปมาก แต่มีเอกชนถามกลับว่าไม่จ่าย จะไม่ได้งาน หรืองานเดินไม่ได้ ต้องทำอย่างไร คือต้องแก้กฎหมายเพื่อลดการใช้ดุลพินิจ ต่อด้วยการเปิดเผยข้อมูล เพื่อสร้างความชอบธรรมกับสิ่งที่ได้ทำอย่างถูกต้อง หากคนจ่ายอยู่ต้องมีคนรับ หากปิดช่องจ่ายก็จบ คือความโปร่งใส ภาคเอกชนเกือบทุกองค์กร พร้อมใจกันขับเคลื่อนหยุดโกง ปีหน้าจะดึงภาคประชาชนและสังคมเข้าร่วมกับกกร.เพื่อหยุดการโกงที่เป็นปัญหาของสังคม”นายพจน์ระบุ
จัดว่าเป็นความพยายามของภาคเอกชนที่ต้องการขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นของไทยให้ลดลงทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ชาวโลกมองไทยในภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น
ครั้นมองถึงความเป็นจริงแล้วการทุจริตคอร์รัปชั่นลุกลามเกินเยียวยาแล้ว แต่ถ้าจะให้เห็นผลทันตาและสามารถทำให้เยาวชนเกิดจิตสำนึกชังคนโกงนั้นได้ ทำได้ไม่อยากเพียงแค่ ผู้มีอำนาจ ทั้งนักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง และกระบวนการยุติธรรมจัดการกับคนโกงอย่างฉับไวเท่านั้น
ยกตัวอย่างการทำหน้าที่ของ ส.ส.และรัฐมนตรี เป็นที่ทราบกันดีว่า ส.ส.มีหน้าที่ประชุมสภาฯวันพุธกับวันพฤหัสบดี สมัยประชุม 2 ช่วง วันที่ 14 มีนาคม-11 กรกฎาคม 2569 และช่วงที่สองวันที่ 25 สิงหาคม-22 ธันวาคม 2569 ปีหนึ่งเพียงแค่ไม่กี่วันมีส.ส.หลังยาวขาดประชุมไม่น้อย ส.ส.บางคนแก่พรรษา แทบจะไม่เข้าประชุมเลยก็มีแต่รับเงินเดือน สิทธิพิเศษครบถ้วน
ขณะที่ประธานสภาฯและรองประธานฯต่างรู้เช่นกันว่าวันพุธกับวันพฤหัสบดี ต้องนั่งเป็นประธานฯกลับนัดหมายงานอื่นที่ไม่ใช่งานในหน้าที่ ทั้งที่สามารถนัดวันอื่นได้ถึง 5 วัน หรือรัฐมนตรีรู้อยู่ว่าทุกวันพฤหัสบดีตั้งตอบกระทู้สดในสภาฯเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน กลับไม่ไปตอบอ้างติดภารกิจอื่น
ตัวอย่างที่ยกมาบ่งชี้ถึงจิตสำนึกในหน้าที่รับผิดชอบแทบทั้งสิ้น คนรุ่นใหม่ต่างรับรู้รับทราบแล้วกลับสั่งสอนให้คนรุ่นใหม่รู้หน้าที่รับผิดชอบ หรือการทุจริตเกี่ยวภาษี ภาคเอกชนทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด บริษัทมหาชน ห้าง ร้าน ทั้งกล้าการันตีตัวเองหรือไม่ว่าไม่เคยหลีกเลี่ยงภาษี ทำรายรับและรายจ่ายอย่างตรงไปตรงมา บริษัทมหาชนกล้ายืนยันไหมว่าที่ตั้งบริษัทลูกหรือบริษัทในเครือนั้นไม่ใช่ตั้งขึ้นมาเพื่อเลี่ยงภาษี และเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรตั้งตั้งระดับอธิบดียันปลายแถวกล้าการันตีไหมว่าไม่เคยช่วยเอกชนเลี่ยงภาษี
หรือกรณีการประมูลงานภาครัฐมีบริษัทไหนกล้าออกมายืนยันไหมว่าไม่เคยฮั้วประมูล ไม่เคยจ่ายใต้โต๊ะและกรมบัญชีกลาง กล้าการันตีได้ไหมว่าไม่มีเจ้าหน้าที่เคยขายข้อมูลราคากลางให้กับบริษัทเอกชนที่เข้าประมูล
หรือกรณีเมาแล้วขับพวกมีเงินถัง นักธุรกิจ รวมถึงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่โดนตรวจเมาแล้วขับกล้ายืนยันไหมว่าไม่เคยขอจ่ายเงินให้ตำรวจเพื่อจบคดี เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าเพราะยินดีจ่ายจบดีกว่าไปขึ้นศาลมีประวัติติดตัว ซึ่งพฤติกรรมที่ยกมาคนรุ่นใหม่ต่างรับรู้และบางคนมีประสบการณ์และได้สัมผัสมาแล้ว เพราะเป็นพฤติกรรมต่างรับรู้ทั่วไปแล้ว
ดังนั้นถ้าผู้มีอำนาจทั้งภาครัฐและเอกชนอยากสร้างสำนึกให้เยาวชนชังการโกง ต้องทำตัวเป็นแบบอย่าง และการลงโทษคนโกงผู้มีอำนาจรัฐในกระบวนการยุติธรรมต้องจัดการแบบฉับไว อาทิ จับคนโกงได้แล้วไม่ควรเกิน 3 เดือน ตัดสินจำคุกและยึดทรัพย์สินพร้อมแถลงข่าวให้สังคมได้รับทราบ
หากทำได้ตามที่เสนอเชื่อว่าการปลุกให้คนรุ่นใหม่ชังการโกงคงจะบรรลุผลบ้าง !!!


