“ศิริกัญญา” ขู่คว่ำงบปี 70 หากปรับลดไม่ได้ ลั่นไม่ยอมงบซ้ำซ้อน

9

ศิริกัญญา’ ยื่นคำขาดหากงบฯ ปี 70 วาระ 2 ปรับลดงบฯ ไม่ได้ พรรคประชาชนโหวตคว่ำแน่ เจองบกลางซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก. กู้เงิน มั่นใจสมาชิกไม่มีจุดเดือดต่ำ หากรัฐบาลไม่ตีตนไปก่อนไข้ก็ไม่จำเป็นต้องประท้วง

วันนี้ (7 ก.ย. 69) น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2569 ว่าเมื่อดูเข้าไปในเนื้อ ต้องขอยืมคำพูดของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ว่า “นางฟ้าอยู่ในหลักการ แต่ว่าซาตานอยู่ในรายละเอียด” ซึ่งในการพิจารณาวาระที่ 2 จะเป็นการลงรายละเอียดในระดับโครงการ มีโครงการอะไรที่ไม่ชอบมาพากล ไม่คุ้มค่า สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต ก็จะอภิปรายให้ประชาชนได้รับทราบ ว่าในงบประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท มีโครงการอะไรบ้างที่สมควรจะต้องถูกตัดลดงบประมาณหรือตัดทิ้งทั้งโครงการตั้งแต่ในชั้นคณะอนุกรรมาธิการแต่ยังหลุดรอดเข้ามาได้ ซึ่งเราจะพยายามโน้มน้าวเพื่อนสมาชิกให้ยินยอมพร้อมใจปรับลดงบประมาณพร้อมกับเราในวาระนี้ โดยวันนี้จะเป็นการพิจารณางบประมาณในภาพรวมว่าแต่ละกระทรวงเจอปัญหาร่วมกันอย่างไร เพื่อนำไปสู่การปรับลดงบประมาณได้ในภาพรวม และวันนี้จะมีการพิจารณางบกลางด้วย ซึ่งจะมีการแปรเพิ่มไปสู่งบกลางราว 6,000 ล้านบาท และยังมีอีกหลายกระทรวงที่น่าสนใจ ทั้งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงกลาโหม

เมื่อถามว่างบประมาณในการแก้ไขปัญหาไฟใต้มีอะไรน่าจับตาบ้าง น.ส. ศิริกัญญา กล่าวว่า “จากเดิมที่เคยอยู่ในแผนงานบูรณาการกลายร่างมาอยู่ในแผนงานยุทธศาสตร์ ซึ่งในรายละเอียดไม่มีการเปลี่ยนแปลงงบประมาณ เน้นไปที่การใช้ทหารนำการเมือง เราจะอภิปรายถึงในเรื่องนี้ แต่หลังจากหมดการพิจารณางบประมาณในวาระที่ 2 และ 3 แล้ว ก็จะเข้าสู่ญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องไฟใต้ต่อในวันที่ 10 กันยายนนี้ เพราะยังมีผู้อภิปรายคงค้างอยู่จำนวนมาก และไม่แน่ใจว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนั้นหรือไม่ เพราะรัฐบาลก็มีการเติมชื่อเข้ามาเรื่อย ๆ จึงไม่แน่ใจว่ารายงานของ กกต. จะเข้าสู่การพิจารณาได้ในวันที่ 10 กันยายนหรือไม่”

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงหน่วยงานในการใช้งบประมาณหรือไม่ น.ส. ศิริกัญญา กล่าวว่า “เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษีประชาชน ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก็ต้องมีการตรวจสอบโดยละเอียด ว่าแต่ละบาทแต่ละโครงการนำไปใช้อย่างคุ้มค่าหรือไม่ สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชันในอนาคตหรือไม่ เพราะในชั้นนี้ก็ยังไม่มีการทุจริตเกิดขึ้น วันนี้จะเป็นเพียงการวิพากษ์วิจารณ์การทำงาน โดยเฉพาะของหน่วยงานที่จะต้องผ่านการตรวจตราจากรัฐมนตรีมาแล้วว่ามีปัญหาอย่างไร เป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต หวังว่าหน่วยงานจะเกิดความเข้าใจว่า สส. ต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ละหน่วยงานสามารถตอบข้อซักถาม สส. ในที่ประชุมได้อย่างเต็มที่ ขออย่าโกรธเคืองกัน”

น.ส. ศิริกัญญา กล่าวถึงทิศทางการโหวตลงมติในวาระที่ 2 หากไม่สามารถปรับแก้อะไรได้ว่า “ตัวงบประมาณยังคงเป็นหน้าตาไม่ต่างจากเดิมเท่าไร แถมยังมีการปรับลดปรับเพิ่มในส่วนที่เราไม่เห็นด้วย เราก็คงจะต้องโหวตไม่เห็นด้วยเหมือนเดิม เรื่องการแปรงบประมาณเพิ่ม ปีนี้ที่ถูกปรับลดงบประมาณไปในชั้นคณะอนุกรรมาธิการราวเกือบ 12,000 ล้านบาท แต่ถูกนำไปใส่ในงบกลาง โดยอ้างว่าใช้เป็นค่าโง่คลองด่านถึง 6,000 ล้านบาท ทั้งที่เคยอยู่ในงบประมาณอยู่แล้ว 3,000 ล้านบาท ก็ไปตัดมันออกมาแล้วมาใส่ในงบกลางแล้วโปะเพิ่มอีก 3,000 ล้านบาท เบิ้ลเข้าไปเป็น 6,000 ล้านบาท ใส่ในกองทุนวิจัย 4,000 ล้านบาท และใส่ในกองทุนหมู่บ้านอีก 500 ล้านบาท ขณะที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยอยากให้ไปใส่ลงในกองทุน กยศ. มากกว่า เพราะมีเด็กอีกจำนวนมากที่รอการอนุมัติจากกองทุน กลับไม่ได้รับการตอบรับในส่วนนี้ ก็คงต้องทักท้วงรัฐบาลว่าอาจจะไม่ถูกต้อง”

“ส่วนงบกลางที่มีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก. กู้เงินนั้น มีแผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจมูลค่า 1,200 ล้านบาท ในวัตถุประสงค์มีความใกล้เคียงกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. กู้เงิน 200,000 ล้านบาท ที่มุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ผันผวนจากสงครามในตะวันออกกลาง แต่ส่วนนี้มีวิธีการใช้ที่แตกต่างออกไป ซึ่งเราไม่เห็นด้วย เพราะงบประมาณมีค่อนข้างจำกัดกับปัญหารายจ่ายประจำที่พอกพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นหากตรงไหนประหยัดได้ก็ไม่ควรถูกตั้งให้เกิดความซ้ำซ้อน ขณะที่โครงการมูลค่า 12,000 ล้านบาท รัฐบาลก็ออกแบบให้เป็น Matching Fund รัฐบาลออกส่วนหนึ่งและหน่วยงานออกอีกส่วนหนึ่ง เพื่อดึงนำเม็ดเงินสะสมนอกงบประมาณมาใช้ให้ได้มากที่สุด โดยหลักการแล้วดี สามารถทำแบบนี้กับเงินกู้ 400,000 ล้านบาทได้ แต่นำมาตั้งไว้ในงบกลางท้ายที่สุดอาจจะถูกแปรเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นได้ จึงเห็นว่าส่วนนี้เป็นความซ้ำซ้อน และจำเป็นที่จะต้องตัดทิ้ง”

เมื่อถามต่อว่าจะมีการควบคุมสมาชิกพรรคประชาชนอย่างไร เพราะรัฐบาลมองว่าเวทีนี้เป็นเวทีอภิปรายงบประมาณไม่ใช่เวทีซักฟอก น.ส. ศิริกัญญา กล่าวว่า “ไม่ควรจะเดือดเนื้อร้อนใจไปก่อน เพราะเรายังไม่เริ่มอภิปราย และงบประมาณในวาระที่ 2 ต้องอภิปรายไปในเนื้องบประมาณ ประธานก็คงไม่อนุญาตให้อภิปรายนอกเหนือจากนี้อยู่แล้ว รัฐบาลไม่ควรตีตนไปก่อนไข้ที่จะมาบอกว่านี่ไม่ใช่ศึกการซักฟอก”

“ไม่มีอะไรที่ต้องเดือด ถ้าการควบคุมเป็นไปอย่างเป็นกลาง สงบเรียบร้อย เราไม่ได้มีจุดเดือดต่ำที่จะต้องมีวาทะเดือดกันอยู่ตลอดเวลา แต่ก็มักจะมีเรื่องที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง การทำงานหรือเป็นการทำงานที่ไม่เป็นมืออาชีพที่นำไปสู่วาทะเดือดในสภาผู้แทนราษฎร ถ้าฝั่งรัฐบาลไม่ได้ตีตนไปก่อนไข้มากเกินไปก็ไม่จำเป็นต้องประท้วง เป็นการพูดคุยกันระหว่าง สส. กับกรรมาธิการ ไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องมาถกเถียง หรือมีอุณหภูมิที่ร้อนขึ้นง่ายในสภาผู้แทนราษฎร เป็นวิถีที่เราใช้ทำงานอยู่แล้ว แต่โอกาสที่จะเกิดวาทะเดือดมีที่มาที่ไป แต่สมเหตุสมผลหรือไม่ขอให้ประชาชนตัดสินดีกว่า”