รัฐสภา, 7 ก.ย.69 – นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 (พรบ.งบฯ) ในส่วนของมาตราที่เกี่ยวข้องกับงบกลาง ภายหลังคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีการแก้ไขและปรับลดงบประมาณ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเหมาะสมของการจัดสรรงบประมาณ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาใช้งบกลางเพื่อดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
นายอรรถกร กล่าวว่า เนื่องจากมาตราดังกล่าวมีการแก้ไขโดยคณะกรรมาธิการ จึงขอใช้สิทธิอภิปรายแสดงความเห็นต่อการปรับลดงบประมาณ โดยยกคำพูดของนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ที่เคยให้ฉายางบประมาณปี 2570 ว่าเป็น “งบปรุงจืด” แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียด โดยเฉพาะงบกลาง กลับพบว่าไม่ได้จืดอย่างที่กล่าว เพราะมีวงเงินจำนวนมาก “งบกลางไม่ได้จืดครับ งบกลางเข้มข้นพอสมควร รัฐบาลตั้งงบกลางไว้ประมาณ 699,000 ล้านบาท และคณะกรรมาธิการฯ ยังมีการแปรญัตติเพิ่มงบกลางอีกกว่า 6,000 ล้านบาท จึงถือเป็นวงเงินที่มีขนาดใหญ่มาก”

นายอรรถกร กล่าวย้ำว่า ไม่ได้ติดใจการตั้งงบกลาง แต่ยังมีข้อสงสัยว่ากองทุนขนาดใหญ่นี้สามารถนำไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะเรื่องเงินช่วยเหลือเกษตรกรและชาวนา พี่น้องประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงประชาชนในพื้นที่อื่น เช่น จังหวัดตากและสระบุรี ต่างสอบถามถึงมาตรการช่วยเหลือชาวนาในปีนี้ เพราะในการตั้งงบประมาณปกติอาจไม่มีงบสนับสนุนในส่วนดังกล่าว แต่เมื่อรัฐบาลมีงบกลางเกือบ 700,000 ล้านบาท จึงเห็นว่ายังสามารถนำกลับมาทบทวนและพิจารณาแนวทางช่วยเหลือชาวนาได้
“ผมเชื่อว่ามันทำได้ จากสิ่งที่ติดตามข่าวอาจบอกว่าปีนี้ราคาข้าวดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน แต่รัฐบาลไม่ควรคำนึงถึงราคาข้าวเฉพาะปีนี้ เพราะชาวนาบ้านผมขาดทุนสะสมมาหลายปี จะต้องคิดรวบรวมกัน” สส.ฉะเชิงเทรา กล่าว
นายอรรถกร ยังกล่าวถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนที่มีประชาชนจำนวนมากถูกตัดสิทธิ โดยยอมรับว่าเข้าใจและชื่นชมความกล้าหาญของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการดำเนินนโยบาย แต่จากเสียงร้องเรียนในพื้นที่พบว่า ประชาชนหลายล้านคนที่ถูกตัดสิทธิรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
“หากรัฐบาลต้องการหางบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว งบกลางถือเป็นแหล่งงบประมาณที่มีความเหมาะสมที่สุด เพราะมีวงเงินจำนวนมากและสามารถนำมาเติมในส่วนที่ประชาชนได้รับผลกระทบได้ ถ้าจะไปหางบตรงไหน ผมเชื่อว่างบในก้อนนี้ที่เป็นงบกลางมีความเหมาะสมที่สุดที่จะไปเติมในสิ่งที่ผมเชื่อว่ารัฐบาลตัดออกไป” นายอรรถกร กล่าว
นอกจากนี้ นายอรรถกร ยังตั้งข้อสังเกตต่อการปรับลดงบประมาณของคณะกรรมาธิการฯ โดยระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณในปีก่อน คณะกรรมาธิการฯ มีการปรับลดงบประมาณรวมประมาณ 11,162 ล้านบาท ขณะที่มีการเพิ่มงบให้กับหน่วยรับงบประมาณบางส่วน ทั้งงบกลาง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงศึกษาธิการ ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หน่วยงานของรัฐสภา องค์กรอิสระ สำนักงานอัยการ และหน่วยงานอื่น ๆ




