ลูกสาว ร้องเพจสายไหมต้องรอด ให้ตำรวจดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา หลังแม่ถูกอดีตผอ.โรงเรียนชื่อดังในจ.สระบุรี  ขับรถชน แต่คดีกลับไม่คืบหน้า

14

วันที่ 6 กันยายน 2569 ที่สายไหมต้องรอด คุณอ้อ อายุ 44 ปี ลูกสาวผู้เสียหาย เดินทางมาตากจังหวัดสระบุรี นำเอกสารหลักฐาน มาร้องทุกข์กับสายไหมต้องรอด เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับแม่ 

โดยคุณอ้อ เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา พ่อและแม่ ที่เป็นผู้สูงอายุ ขับรถอยู่ บริเวณทางแยกชุมชนหนองปลาหมอ ตำบลหนองปลาหมอ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ก่อนจะถูกรถของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนชนท้าย 

เมื่อตนทราบเรื่อง จึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ ก็พบว่าผู้ก่อเหตุมีลักษณะอาการคล้ายคนเมา ไม่ยอมลงจากรถ ขณะที่มีการเจรจาเพื่อรอประกันภัยมาถึง ได้มีการโต้เถียงกัน ขณะนั้น ตนได้พูดว่า ต้องรอร้อยเวรมานะ แต่จู่ๆ เขากลับโมโห พร้อมบอกว่า “จะอะไรกันนักกันหนาจบแค่นี้ไม่ได้…”  ก่อนจะขึ้นรถไปขับชนรถของแม่ตนซ้ำอีกครั้ง ตามภาพที่ปรากฏจากกล้องวงจรปิด 

สิ่งที่ตัวเองตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีนี้คือเหตุใดร้อยเวรสอบสวนไม่ตรวจวัดปริมาณแอลกฮอล์ ในทันที และยังแจ้งว่า ชุดที่ตรวจหมด ตัวเองจึงขอให้ส่งตัวคู่กรณีไปตรวจหาผลที่โรงพยาบาล ทำให้ทราบในภายหลังว่าคู่กรณีมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ 

อีกทั้งตัวเองยังทราบว่า ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ผู้ก่อเหตุยังไม่เข้าให้ปากคำด้วยตัวเองแต่ส่งหลานสาวเข้าให้ปากคำแทน จึงมองว่าเป็นสิ่งที่ ทำได้หรือไม่ 

และในระหว่างที่มีคดีความ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพูดคุยกับตนพร้อมขอให้ไม่ดำเนินคดี พร้อมบอกว่า “นายขอมา”  นอกจานนั้นทางผู้ก่อเหตุยังมีความพยายามที่จะยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 100,000 บาท เพื่อขอให้จบคดี ผ่านตำรวจถึง 3 ครั้ง ซึ่งตัวเองไม่เคยพบกับคู่กรณีโดยตรง 

ส่วนตัวยืนยันว่า ตนไม่ต้องการขอรับเงิน เพราะรถของแม่มีประกันชั้น 1 ที่คอยดูแลอยู่ แต่เมื่อเกิดเหตุ แม่เครียด เพราะรายได้จากการค้าขายวันละ 10,000 บาท หายไป เพราะไม่ได้ไปค้าขายมาตั้งแต่วันเกิดเหตุ เนื่องจากรถพัง ทั้งนี้ตนแค่อยากขอให้ตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา 

นอกจากนี้ยังทราบมาว่า อดีตผู้อำนวยการคนนี้ ยังรู้จักกับนักการเมืองในจังหวัดสระบุรี จึงพยายามตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเกรงกลัวว่า นักการเมืองคนดังกล่าวจะให้การช่วยเหลืออดีตผู้อำนวยการ ซึ่งตนได้รับข้อมูลจากเลขานุการว่า นักการเมืองคนดังกล่าวรับทราบเรื่องตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่เป็นเพียงการให้คำแนะนำ ไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือหรือแทรกแซงคดี

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ประสานงาน เพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า จากคลิปเหตุการณ์ที่ได้รับ พบว่าการชนครั้งที่ 2 มีภาพค่อนข้างชัดเจน จึงเห็นว่าควรให้ตำรวจดำเนินคดีตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีตรวจพบแอลกอฮอล์ในเลือด 130 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์พร้อมเตรียมประสานไปยังรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี และผู้กำกับการ สภ.หนองแค เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี เนื่องจากมองว่าเป็นคดีที่ไม่ได้มีความซับซ้อน และประชาชนไม่ควรต้องเดินทางจากสระบุรีเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมถึงกรุงเทพฯ