สาวป่วยไตร้องหมอด่า-แช่งตาย “ธนกฤต” พา สปสช.-สบส. ตรวจคลินิก

12

จากกรณีหญิงสาวผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ร้องขอความช่วยเหลือ หลังอ้างถูกแพทย์คลินิกแห่งหนึ่งด่าทอ ข่มขู่ และพูดจาซ้ำเติมเรื่องอาการป่วย ถึงขั้นแช่งให้เสียชีวิตก่อนอายุ 40 ปี พร้อมนำคลิปเสียงและข้อความแชตเป็นหลักฐาน ขณะที่ “ธนกฤต” ประสาน สปสช. และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิก หลังพบมีข้อร้องเรียนเดิมทั้งเรื่องไม่ออกใบส่งตัวและจ่ายยาให้ผู้ป่วยเพียงครั้งละ 7 วัน

วันนี้ 4 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่ สหคลินิกหทัยราษฎร์คลองสามวา ถนนเจริญพัฒนา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ พร้อมหน่วยงาน สปสช. และ สบส. ได้เดินทางมาตรวจสอบภายในคลีนิกสหคลินิกหทัยราษฎร์ หลังถูกแพทย์ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ระหว่างรอขอใบส่งตัว แพทย์มีพฤติกรรมโวยวายและข่มขู่ ปากแซ่บ จนคนในคลินิกต้องเข้าห้าม ก่อนจะถูกแพทย์คนดังกล่าวโทรศัพท์และส่งข้อความด่าทอ แช่งให้ตาย คงอยู่ไม่เกินอายุ 40 ก็ตายและต่อว่ามีลูกหลานให้เป็นกระหรี่ทั้งครอบครัว รวมถึงนำข้อมูลส่วนตัวและประวัติการรักษามาข่มขู่ พร้อมพูดจาซ้ำเติมเรื่องโรค SLE และโรคไต ผู้ร้องหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัย จึงรวบรวม คลิปเสียง แชต และหลักฐานต่าง ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ


นายกองตรี ดร. ธนกฤตฯ จึงได้ประสาน ร่วมกับ สปสช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจกรณีไม่ส่งต่อตัวผู้ป่วยฯ พร้อมด้วยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

โดย นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เปิดเผยว่า หลังจากกรณีของคลินิกดังกล่าวถูกนำเสนอผ่านสื่อ ได้มีผู้ป่วยหลายรายติดต่อเข้ามาร้องเรียนเพิ่มเติม โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. พบข้อร้องเรียนสำคัญเกี่ยวกับการให้บริการของคลินิกอย่างน้อย 2 ประเด็น

ประเด็นแรก คือ กรณีผู้ป่วยร้องเรียนว่าไม่ได้รับใบส่งตัวเพื่อไปรักษาต่อ ซึ่งที่ผ่านมา สปสช.เคยมีการตักเตือนและให้ดำเนินการแก้ไขแล้ว แต่ยังคงมีข้อร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้น

ส่วนประเด็นที่สอง คือ เรื่องการจ่ายยาให้กับผู้ป่วย โดยมีข้อมูลร้องเรียนว่าผู้ป่วยบางรายได้รับยาเพียงครั้งละประมาณ 7 วัน ทั้งที่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังและบางรายจำเป็นต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทำให้ต้องเดินทางกลับมารับยาบ่อยครั้ง เพิ่มทั้งภาระค่าใช้จ่ายและความไม่สะดวกในการรักษา ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่าเหตุใดจึงมีการจ่ายยาในลักษณะดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังมีกรณีล่าสุดที่หญิงผู้ป่วยโรคเรื้อรังนำหลักฐานเข้าร้องเรียน โดยกล่าวหาว่าแพทย์มีพฤติกรรมด่าทอและใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อผู้ป่วย รวมถึงมีการพูดถึงอาการป่วยและกล่าวในลักษณะว่าอาจเสียชีวิตภายในอายุ 40 ปี ซึ่งนายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุว่า ถ้อยคำในลักษณะดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เพราะอาจกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างรุนแรง และทำให้ผู้ป่วยเกิดความหวาดกลัวหรือสูญเสียความเชื่อมั่นในการรักษา

นายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุด้วยว่า เรื่องดังกล่าวสร้างความกังวลต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากการปฏิบัติต่อผู้ป่วยในลักษณะที่ถูกร้องเรียนอาจส่งผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย จึงต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

วันนี้จึงมีการประสานกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบคลินิก โดยจะใช้อำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบมาตรฐานและการให้บริการ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งกำลังเข้าร่วมดูแลพื้นที่ และมีผู้ร้องเรียนเดินทางมาร่วมให้ข้อมูลด้วย

นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ก่อนเข้าตรวจสอบจะขอพูดคุยกับเจ้าของคลินิกและแพทย์ผู้ถูกกล่าวหาก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยเฉพาะกรณีคำพูดที่ถูกร้องเรียน ตลอดจนประเด็นการออกใบส่งตัวและการจ่ายยาให้ผู้ป่วย

ส่วนการดำเนินการในระบบหลักประกันสุขภาพ นายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุว่า หากผลการตรวจสอบพบว่าการให้บริการเข้าข่ายสร้างความเสี่ยงหรือเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย ก็จะใช้อำนาจตามกฎหมายของ สปสช. เพื่อระงับปัญหา รวมถึงพิจารณายุติสัญญากับหน่วยบริการดังกล่าว

พร้อมกันนี้ หากมีการยุติสัญญากับคลินิก จะต้องจัดระบบรองรับผู้ป่วยที่ใช้สิทธิรักษาอยู่เดิม โดยประสานย้ายผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลใกล้เคียง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการรักษา

ส่วนกระแสข้อมูลว่าแพทย์รายดังกล่าวเคยย้ายสถานพยาบาลหรือมีความเกี่ยวข้องกับคลินิกหลายแห่ง นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือรายละเอียดได้ในขณะนี้ และจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมก่อน หากพบว่ามีคลินิกอื่นที่เกี่ยวข้องกับแพทย์รายดังกล่าวและอยู่ในระบบบริการเดียวกัน ก็จะตรวจสอบและพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป