ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ขนข้อมูลหมื่นหน้า จี้สอบปมซอยงบ ศธ. เสนอผู้บริหารตั้งกรรมการสอบ-ย้ายผู้เกี่ยวข้อง 

41

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช. จังหวัดนนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นคำร้องเพิ่มเติม พร้อมเอกสารและข้อมูลลับกว่า 10,000 หน้า ขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และรองเลขาธิการ กอศ. กรณีถูกกล่าวหาว่ามีการสั่งให้สถานศึกษาในสังกัดจัดทำโครงการต่างๆ ด้วยการแบ่งซอยงบประมาณโครงการละไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดประมูล และใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง

นายศรีสุวรรณ ระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเป็นการกำหนดบริษัทที่จะเข้ามารับงานไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ และตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการเรียกรับผลประโยชน์หรือเงินทอนจากโครงการหรือไม่ จึงขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องหากพบการกระทำผิด

ก่อนหน้านี้ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ภายหลังได้ติดตามและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้หวังดีจำนวนมาก พบข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างที่อาจเข้าข่ายการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง หรือซอยงบประมาณออกเป็นโครงการย่อย เพื่อหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์การประกวดราคา

โดยอ้างว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจดำเนินการเป็นระบบมาตั้งแต่ปี 2566 ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ผ่านการเสนอของบประมาณโดยระบุเพียงกรอบหรือหัวข้อโครงการ ก่อนจะมีการขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณภายหลังผ่านการพิจารณาของสภาฯ แล้ว และจัดสรรงบไปยังสถานศึกษาเป้าหมาย

นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่าในแต่ละพื้นที่มีการแบ่งโซนให้บริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการสำรวจความต้องการ จัดทำราคากลาง และจัดเตรียมรายละเอียดอุปกรณ์หรือเครื่องมือ ก่อนจัดทำเอกสารเสนอขอรับงบประมาณมายังส่วนกลาง โดยบางโครงการมีวงเงินต่ำกว่า 500,000 บาท บางโครงการอยู่ที่ 500,000 บาท และบางโครงการมีวงเงินสูงกว่านั้น

เมื่อได้รับการอนุมัติงบประมาณแล้ว สถานศึกษาจะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งนายศรีสุวรรณตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการกำหนดบริษัทที่จะเข้ามารับงานไว้ล่วงหน้า ขณะที่ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างยังพบว่ามีบริษัทหน้าเดิมหมุนเวียนกันเข้ารับงานและเป็นผู้ชนะการประกวดราคาในหลายพื้นที่ จึงขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่าเข้าข่ายการฮั้วประมูลหรือการสมยอมกันในการเสนอราคาหรือไม่

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ข้อมูลทั้งหมดที่รวบรวมมาได้มีจำนวนกว่า 10,000 หน้า จึงนำส่งให้ ป.ป.ช.ใช้เป็นข้อมูลประกอบการไต่สวนตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ หากพบการกระทำผิดขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมระบุว่าไม่ได้มีเพียงหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเท่านั้น แต่ยังอาจมีโครงการในลักษณะเดียวกันในหน่วยงานอื่นของกระทรวงศึกษาธิการ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

พร้อมกันนี้ นายศรีสุวรรณเสนอให้ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการเร่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวโดยเร็ว และควรพิจารณาส่งตัวผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานอื่นเป็นการชั่วคราว หรือให้ไปประจำสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว แทรกแซง หรือทำลายพยานหลักฐานระหว่างการตรวจสอบ และเพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ขอให้ดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่ละเว้น ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้ดำเนินการ ไปจนถึงผู้ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด