ศาลฎีกาพิพากษาให้ ตร. ชดใช้ 4.38 ล้านบาท ตำรวจซ้อมทรมาน ‘ฤทธิรงค์ ชื่นจิตร’ สิ้นสุดการสู้คดี 17 ปี

2

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้นัดฟังคำพิพากษา โดยศาลฎีกามีคำพิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 4,380,000 บาท และให้เพิกถอนประวัติอาชญากรรมพร้อมลายพิมพ์นิ้วมือของ นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ออกจากฐานข้อมูลทะเบียนอาชญากรรม

คำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุดในคดีที่ฤทธิรงค์ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ. 2539 ซึ่งใช้ระยะเวลาในกระบวนการยุติธรรม 17 ปี

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2552 ขณะนายฤทธิรงค์กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรีจับกุมในข้อหาวิ่งราวทรัพย์

นายฤทธิรงค์ถูกทำร้ายร่างกายและถูกใช้ถุงดำคลุมศีรษะเพื่อให้ขาดอากาศหายใจเพื่อบังคับให้รับสารภาพ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการได้จับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตัวจริง ทำให้นายฤทธิรงค์รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีอาญา

ในส่วนของการดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ก่อเหตุ ศาลจังหวัดปราจีนบุรีมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพันตำรวจตรีในขณะนั้นมีความผิดจริง ศาลสั่งลงโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 8,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี

สำหรับการฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย คดีหมายเลขดำที่ พ949/2560 และหมายเลขแดงที่ พ2003/2562 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นพิพากษาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3.38 ล้านบาท

ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ชดใช้เหลือ 380,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2552 ถึง 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564

ครอบครัวชื่นจิตรได้ยื่นฎีกา และเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้รับฎีกาไว้พิจารณาเนื่องจากเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย จนนำมาสู่คำพิพากษาให้ชดเชยค่าเสียหาย 4,380,000 บาทในท้ายที่สุด

ตลอดระยะเวลา 17 ปี ครอบครัวชื่นจิตรได้ยื่นหนังสือต่อหน่วยงานรัฐกว่า 50 แห่ง และต้องเผชิญกับการถูกฟ้องร้องกลับหลายคดี ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานะทางเศรษฐกิจและสภาพจิตใจของครอบครัว

ขณะที่นายฤทธิรงค์ยังคงต้องเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวชจากผลกระทบที่เกิดจากการถูกกระทำในเหตุการณ์ดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน

คดีของนายฤทธิรงค์เป็นกรณีศึกษาที่สังคมให้ความสนใจ และเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2566

กฎหมายฉบับดังกล่าวบัญญัติโทษสำหรับการกระทำทรมาน การลงโทษที่ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการบังคับสูญหาย เพื่อให้สามารถลงโทษทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดและผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลย

คำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีนี้นับเป็นการสร้างบรรทัดฐานในด้านการชดเชยเยียวยาผู้เสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิโดยเจ้าหน้าที่รัฐ