Home บทความ กลุ่มกุมอำนาจ-องค์กรอิสระควรเซฟ”สส.ไอซ์ รักชนก”ไว้จิก ตี แฉ”แก๊งโกงชาติ”

กลุ่มกุมอำนาจ-องค์กรอิสระควรเซฟ”สส.ไอซ์ รักชนก”ไว้จิก ตี แฉ”แก๊งโกงชาติ”

20

                                       
        กลุ่มกุมอำนาจและกลุ่มองค์กรอิสระ ที่ห่วงอนาคตของชาติ คงมองเห็นถึงปรากฏการณ์ทุจริต คอร์รัปชั่นว่าแทรกอยู่ในทุกมิติของทุกองค์กร ไม่เว้นองค์กรที่ทำหน้าที่ปราบโกง อย่าง สำนักงานตรวจเงินแผ่น(สตง.)และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาตง(ป.ป.ช.)เป็นต้น

ที่จัดว่าเป็นการโกงสาหัสมากคือการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการปกครองส่วนท้องถิ่น มีชาวบ้านระดับกลางถึงรากหญ้า เกี่ยวพันเพียงเพื่อให้ลูกหลานได้รับราชการ อันเป็นอาชีพมั่นคงที่รัฐบาลต้องรับเลี้ยงตลอดชีวิต แถมช่วยให้พ่อ แม่และลูก ได้รับสวัสดิการหลายด้านจากรัฐบาลอีกด้วย
               
จึงยอมควักเงินหลายแสน ทั้งเงินเก็บและเงินกู้จ่ายวิ่งเต้นผ่านพวกนักการเมืองชั่ว ข้าราชการชั่ว และพวกคนเลวที่สวมหน้าคนดีย์ เพื่อให้ลูกหลานได้รับราชการ ความชั่วช้านี้ดำเนินมาหลายปีแล้ว แต่เงียบเพราะสมประโยชน์  ที่อื้อฉาวเพราะพวกชั่วเกิดความโลภ และผลของคดีดูเหมือนจะจบแค่ปลาซิวปลาสร้อย คนชั่วที่งาบเงินชาวบ้านไปหลายพันล้านลอยนวลเช่นเดิม
             
ที่ยกมาเพื่อสื่อสารให้เห็นว่าการทุจริตนั้นเกี่ยวพันไปทุกระดับแล้ว ขอเพียงให้มีช่องว่างโกงได้จะโกงทันที แม้โกงแบบมีหลักฐานให้สาวไปถึง อย่างกรณีย้ายต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน ในเขตดินแดง กรุงเทพฯ ข้าราชการชั่วๆยังกล้าที่จะโกง
             
ขณะที่กลุ่มคนที่ออกมาแฉโดยเฉพาะ สส.จากพรรคประชาชน อาทิ นายรังสิมันต์ โรม นายพริษฐ์ วัชรสินธุและ น.ส.รักชนก ศรีนอก เป็นต้น กลับถูกกลุ่มคนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตแจ้งความดำเนินคดี ฟ้องศาลหวังปิดปาก และร้ององค์อิสระหวังให้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง
       
จากบทบาททั้ง 3 คน ถือว่า น.ส.รักชนก ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณฯ จะโดดเด่นด้านความกล้าหาญ กล้าประจานคู่กรณี กล้าที่จะปฏิเสธไม่ให้คู่กรณีร่วมเฟรมแถลงข่าว และกล้าที่จะเผชิญหน้าเพื่อทวงถามรัฐมนตรีที่ถูกเชิญไปให้ข้อมูลในกรรมาธิการฯ
       
อย่างกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ถูกเชิญถึง 3 ครั้งให้ชี้แจงการประมูลโครงการไทยพาสปอร์ต แต่นายไชยชนกเลี่ยงและส่งแค่ข้าราชการที่รับผิดชอบไปแทน จนกลายที่เป็นเคลือบแคลงว่าการประมูลไม่โปร่งใส ถ้านายไชยชนกไปชี้แจงแบบตรงไปตรงมา ความเคลือบแคลงว่าไม่โปร่งใสคงไม่เกิด

         
หากย้อนดูผลงานของ น.ส.รักชนกแล้วจะพบว่าจุดประเด็นให้สังคมได้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในหลายกรณี อาทิ โครงการซื้อตึกของสำนักงานประกันสังคมที่แพงเกินจริง คดีฮั้วเลือกตั้ง สว. และโครงการไทยพาสปอร์ต เป็นต้น

         บางจังหวะที่ น.ส.รักชนก เคลื่อนไหวขุดคุ้ยจะถูกฝ่ายตรงข้ามหรือพวกลิ่วล้อกลุ่มอนุรักษ์นิยม จะตั้งคำถามว่าทุกเรื่องที่ออกมาแฉมีสำเร็จสักเรื่องไหม ถ้ามองถึงสมองของคนถามพอจะบอกได้ว่ามีหัวไว้คั่นหู  เพราะการทุจริตที่แฉออกมาเป็นอำนาจของรัฐบาลที่ต้องจัดการ ฝ่ายค้านมีหน้าเพียงนำเสนอและนำไปร้ององค์กรอิสระเท่านั้น แต่มักจะไม่ได้รับการตอบสนองแถมองค์กรอิสระกลับฟอกขาวให้กับคนที่ถูกร้องอีกต่างหาก
         
ถ้าจับท่าทีการเคลื่อนไหวของ น.ส.รักชนก จะพบว่าถึงลูกถึงคน จนถูกมองว่าก้าวร้าว ไร้สัมมาคารวะกับคนที่อาวุโสกว่า โดยเฉพาะพวกข้าราชการประจำหรือนักการเมืองที่ถูกเชิญไปชี้แจง ซึ่งเป็นท่าทีที่สังคมไทยรับไม่ค่อยได้

         แต่จากประสบการณ์ในสนามข่าวกว่า 30 ปี ของ”จอมมารน้อย”ขอบอกเลยว่าท่าทีแข็งกร้าวของน.ส.รักชนก ที่แสดงกับพวกข้าราชการประจำและนักการเมืองที่กุมอำนาจนั้นถูกต้องแล้ว เพราะกลุ่มคนประเภทนี้มักจะดื้อด้าน เจรจาหรือพูดคุยแบบสุภาพจะไม่ให้ความร่วมมือ     
     
ขอตัวอย่างช่วงที่”จอมมารน้อย”เป็นผู้สื่อข่าวในหน่วยรัฐแห่งหนึ่ง ขอเข้าพบผู้นำหน่วยเพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จของข่าวแบบสุภาพ หน้าห้องบอกให้นั่งรอก่อน ระหว่างนั้นมีผู้สื่อข่าวในแวดวงรับรู้ว่าเป็นตัวจี๊ดพูดจาโผงผาง กล้าที่จะต่อปากต่อคำ มาขอเข้าพบเช่นกัน หน้าห้องกลับรีบเชิญให้เข้าพบทันที นี่แหละสังคมของข้าราชการไทยถ้าใช้ท่าทีแบบสุภาพมักจะไม่ได้ผล แต่ถ้าแข็งกร้าวถึงขั้นจะก้าวร้าวจะบรรลุเป้าหมายทันที 
     
นอกจากนี้ถ้ามองตามวิถีการเมืองไทย ณ เวลานี้จะเห็นได้ว่านักการเมืองที่โกงชาติคือแก๊งโจรที่ปล้นชาติ  พอมีคนออกสกัดหรือแฉจะหันไปพึ่งแก๊งโจรให้แก้ต่าง เข้าทำนองโจรพึ่งโจร

   
ดังนั้นเพื่อไม่ให้ชาติเดินสู่หายนะกลุ่มผู้กุมอำนาจและกลุ่มองค์กรอิสระต้องเร่งดำเนินแบบถึงลูกถึงคนจัดการแก๊งโจรปล้นชาติได้แล้ว และทำไปพร้อมเซฟคนอย่าง”รักชนก ศรีนอก”ไว้เป็นคนเปิดลายแทงจิก ตี แฉ แก๊งโกงชาติ !!!