‘อนุทิน’หนุน ‘ TH-AI Passport ’เปิดทางคนไทยใช้ เอไอเหมือนทั่วโลก หลังวันนี้เปิดลงทะเบียนวันแรก ย้ำไม่ใช่โครงการไร้ค่า-เฮงกะบ๊วยไร้ประโยชน์ ตอบสนองประโยชน์ทางการเมือง เมินเสียงวิจารณ์ขอดูยอดลงทะเบียนสะท้อนความต้องการจริง
เมื่อเวลา 17.40 น.วันที่ 19 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่นที่เร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง ที่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเป็นวันแรก ว่า โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเพิ่มศักยภาพคนไทยให้เข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)ที่กำลังเปลี่ยนโลกการทำงานและการแข่งขันทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้โครงการ TH-AI Passport ไม่ใช่โครงการที่รัฐบาลชุดนี้เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการนำโครงการเดิมมาต่อยอด ปรับปรุง และยกระดับให้เกิดผลในทางปฏิบัติมากขึ้น โดยรัฐบาลได้เพิ่มแพลตฟอร์มและช่องทางการใช้งาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือเอไอได้สะดวกขึ้น ลดข้อจำกัดที่เคยมี และเปิดโอกาสให้คนกลุ่มต่าง ๆ ใช้เทคโนโลยีได้จริง
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมาโครงการอาจล่าช้าไปประมาณ 1 เดือน เนื่องจากมีข้อวิจารณ์และต้องใช้เวลาเจรจาเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ใช้งาน โดยนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ปรับปรุงเงื่อนไขและทีโออาร์ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แม้จะช้ากว่าแผนเดิมที่วางไว้ในเดือนก.ค. ซึ่งจุดสำคัญของโครงการนี้คือการเตรียมคนไทยให้พร้อมรับโลกใหม่ รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการอัพสกิลและรีสกิลแรงงาน เพราะเอไอ ไม่ได้กระทบเฉพาะแรงงานใช้กำลัง แต่รวมถึงพนักงาน ลูกจ้าง และคนทำงานที่ใช้ความรู้หรือ แรงงานสมอง ซึ่งต้องมีเครื่องมือใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
เมื่อถามถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่าโครงการนี้อาจไม่มีประโยชน์ นายอนุทิน กล่าวว่า “ขอให้ดูจากจำนวนผู้ลงทะเบียนในวันแรก ซึ่งจะสะท้อนว่าประชาชนต้องการเข้าถึงเอไอมากเพียงใด หากโครงการไม่มีคุณค่า ก็คงไม่มีผู้สนใจลงทะเบียนจำนวนมาก ถ้าเป็นโครงการที่ไม่ดี เฮงกะบ๊วยเป็นโครงการที่ ไร้ประโยชน์ เอามาตอบสนองประโยชน์ทางการเมือง ถามว่ามีโครงการนี้ผมจะไปหาเสียงในพรรคผม เพิ่มได้สักกี่คะแนน” ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักของ TH-AI Passport ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ และ SME ซึ่งต้องการเครื่องมือที่มีความเสถียรและใช้งานได้จริง ต่างจากแอปพลิเคชันฟรีทั่วไปที่มักมีข้อจำกัดหรือโฆษณารบกวน หากคนไทยเข้าถึงเอไอได้มากขึ้น ก็จะเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ พัฒนาธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ
เมื่อถามต่อถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แสดงความกังวลว่าเอไออาจเป็นภัยคุกคามต่อตลาดแรงงานไทยในอนาคต นายอนุทินกล่าวว่า คำถามนี้มีคำตอบอยู่ในตัว หากรัฐบาลไม่เร่งอัพสกิลและรีสกิลประชาชน ความกังวลดังกล่าวก็มีโอกาสเกิดขึ้นจริง
“TH-AI Passport คือคำตอบที่เป็นรูปธรรมของรัฐบาลในการแก้ปัญหานี้ เราต้องการให้คนไทยเข้าถึงเอไอ ให้มากที่สุด ลดข้อจำกัด และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ให้คนไทยได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่โลกมีอยู่” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามต่อว่าหากฝ่ายค้านหยิบยกโครงการนี้ไปอภิปรายในสภา นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมชี้แจงทุกขั้นตอน ยืนยันความโปร่งใส และมั่นใจว่านายไชยชนกจะสามารถอธิบายรายละเอียดของโครงการได้อย่างครบถ้วน หากมีการอภิปรายหรือซักถามในสภา

