“ไอซ์ รักชนก” รับทราบข้อหา ลั่นนักการเมืองต้องทนคำวิจารณ์ ด้านทนาย “สุชาติ” บุกเฝ้ากระบวนการ พร้อมจ่อร้อง ป.ป.ช. ฟันจริยธรรม

10

ไอซ์ รักชนก” เข้ารับทราบข้อหา พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์-หมิ่นประมาท ปมโพสต์พาดพิง “สุชาติ ชมกลิ่น” ยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ลั่นนักการเมืองต้องอดทนต่อคำวิจารณ์ ขณะที่ทนาย “สุชาติ” ตามเฝ้ากระบวนการ โต้ไม่ใช่การติชมโดยสุจริต พร้อมจ่อร้อง ป.ป.ช.ตรวจสอบมาตรฐานจริยธรรมภายในสัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 บรรยากาศบริเวณสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อเกือบเกิดการปะทะคารมกันขึ้น เมื่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีโพสต์ข้อความกล่าวหานายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในประเด็นต่างๆ รวมถึงเรื่องผลงานวิจัยของกรมควบคุมมลพิษ โดย น.ส.รักชนก ได้เข้าสู่กระบวนการพิมพ์ลายนิ้วมือตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ขณะเดียวกัน ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความและผู้รับมอบอำนาจจากนายสุชาติ ก็ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ที่ สน.ทองหล่อ เช่นเดียวกัน โดยระบุว่าเป็นการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีเพื่อตรวจสอบกระบวนการให้มีความถูกต้องครบถ้วน อย่างไรก็ตาม เมื่อ น.ส.รักชนก ทำเสร็จสิ้นกระบวนการและเดินออกมาเพื่อเตรียมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ทนายความของนายสุชาติได้เดินตามมาสมทบจนเกิดการเผชิญหน้ากันบริเวณหน้าสถานีตำรวจ ทำให้ น.ส.รักชนก ต้องขอร้องให้ทนายความถอยออกไปจากพื้นที่บันทึกภาพ และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยดูแลความเรียบร้อย จนเกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อยก่อนที่ น.ส.รักชนก จะแยกตัวออกไปให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอีกจุดหนึ่ง

ในการให้สัมภาษณ์ น.ส.รักชนก ยืนยันว่าตนเองได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และเตรียมจะทำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรมายื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งแสดงทัศนะอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรมีความอดทนอดกลั้นต่อการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนและสังคม ทั้งในเชิงกฎหมายและเชิงศีลธรรม เนื่องจากตนเองทำหน้าที่ตามปกติในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า การเดินทางมาในวันนี้เป็นไปตามกระบวนการปกติ และไม่ได้มีความรู้สึกกังวลใจแใดๆ โดยมองว่าคดีดังกล่าวเป็นเพียงกระบวนการฟ้องร้องที่อาจสร้างภาระในการเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่เท่านั้น

ขณะที่ทางด้าน ดร.ณัฐวุฒิ ทนายความของนายสุชาติ ได้เปิดเผยภายหลังการเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า การเดินทางมาในวันนี้ไม่ได้มีเจตนามาสร้างความปั่นป่วนแต่อย่างใด แต่มาเพื่อติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามสิทธิของผู้เสียหาย พร้อมทั้งโต้แย้งในประเด็นการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองว่า ถ้อยคำที่มีการโพสต์นั้นไม่ใช่การติชมโดยสุจริตอย่างที่กล่าวอ้าง แต่เป็นการกล่าวหาบุคคลสาธารณะให้ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง พร้อมกับเปิดเผยทิ้งท้ายว่าภายในสัปดาห์นี้ จะมีการนำเรื่องไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมและการกระทำดังกล่าวว่าขัดต่อมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ต่อไป