“ตำรวจทางหลวงจับมือราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ลุยโครงการ “หนูน้อยทางหลวง EF ดี มีวินัยจราจร” ปลูกฝังคิดก่อนทำ สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง

วันที่ 11 ส.ค.พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบ.ทล. พร้อมด้วยผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสุธีธร คณะผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากรจากคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมเป็นพิธีเปิดโครงการ “หนูน้อยทางหลวง EF ดี มีวินัยจราจร” โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 233 คน เข้าร่วมกิจกรรม
พล.ต.ต.พรศักดิ์ เปิดเผยว่า ภารกิจของตำรวจทางหลวงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการบังคับใช้กฎหมายและการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันอุบัติเหตุและการสร้างความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะการปลูกฝังความรู้ ความเข้าใจ และวินัยด้านความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก เพราะเด็กในวันนี้คือผู้ใช้รถใช้ถนนในอนาคต การสร้างพฤติกรรมที่ถูกต้องตั้งแต่เยาว์วัยจะช่วยวางรากฐานให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพกฎจราจร มีความรับผิดชอบ และตระหนักถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น

พล.ต.ต.พรศักดิ์ กล่าวต่อว่าแนวคิดสำคัญของโครงการคือการก้าวข้ามการท่องจำกฎจราจรแบบเดิม ๆ สู่กระบวนการ “รู้กฎ สู่ คิดก่อนทำ” โดยนำทักษะสมอง EF มาบูรณาการในกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อฝึกให้เด็กเกิดกระบวนการคิด การวางแผน การยับยั้งชั่งใจ การควบคุมตนเอง การแก้ไขปัญหา และการตัดสินใจอย่างปลอดภัยในสถานการณ์จริง พร้อมกันนี้ภายในงานได้มีการออกแบบฐานกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและการทดลองจริง ประกอบด้วย อบรมความรู้ด้านวินัยจราจร เรียนรู้หลักพื้นฐานที่เหมาะสมกับวัยและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน, เมืองจราจรจำลอง: เปิดโอกาสให้เด็กทดลองเป็นผู้ใช้ถนน ฝึกสังเกตป้ายและสัญญาณจราจร รวมถึงเรียนรู้ผลของการตัดสินใจในสถานการณ์จำลอง, “เกม EF ดี ขับขี่ปลอดภัย” กิจกรรมกระตุ้นกระบวนการคิด การยับยั้งชั่งใจ และการควบคุมตนเองเพื่อความปลอดภัยทางถนน
สำหรับจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ต่อยอดมาจากโครงการจิตอาสา “ฮวมใจก่อ ต่อเติมฝัน น้องล่า ตชด.” ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแก่งศรีโคตร อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่ง บก.ทล. ได้จัดทำเมืองจราจรจำลองขึ้น ก่อนจะนำมาประยุกต์ร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนาเป็นหลักสูตรที่ผสานกระบวนการ EF ในครั้งนี้

ทั้งนี้ บก.ทล. มีเป้าหมายที่จะต่อยอดและขยายผลโครงการไปยังสถานีตำรวจทางหลวงทั้ง 43 สถานีทั่วประเทศ เพื่อร่วมขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

