สำนักงาน ปปง. ขอเรียนว่าการขอรับคืนเงินตาม “กฎกระทรวงการคืนเงินจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 นั้น มีขอบเขตการดำเนินการต่อทรัพย์สิน อันได้แก่ บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกยึด อายัด หรือระงับไว้ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยสำนักงาน ปปง. จะดำเนินการประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษา เพื่อแจ้งให้ผู้เสียหายเข้ามายื่นคำร้องขอรับคืนเงินพร้อมหลักฐานความเสียหายต่อสำนักงาน ปปง. ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา ตามช่องทางที่สำนักงาน ปปง. กำหนด
ทั้งนี้ กรณีทราบตัวผู้เสียหายที่ชัดเจนแน่นอน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการแจ้งให้ผู้เสียหายนั้นทราบโดยตรงอีกทางหนึ่งด้วย และเมื่อสำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบคำร้องแล้ว จะดำเนินการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้มีคำสั่งคืนเงินแก่ผู้เสียหาย หากผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรมอาจให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลแพ่งภายใน 30 วัน และหากยังไม่พอใจผลคำวินิจฉัยของศาลแพ่งสามารถอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้ โดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด
สำนักงาน ปปง. ขอเน้นย้ำและเตือนภัยผู้เสียหาย ดังนี้
- หากท่านตกเป็นผู้เสียหาย ให้รวบรวมหลักฐานและเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือแจ้งความออนไลน์ทันที
- การดำเนินการขอคืนเงินกับสำนักงาน ปปง. ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ห้ามโอนเงินโดยเด็ดขาด
- เมื่อมีการประกาศราชกิจานุเบกษาแล้ว ผู้เสียหายจะต้องยื่นคำร้องผ่านช่องทาง
ที่สำนักงาน ปปง. กำหนดเท่านั้น และสำนักงาน ปปง. ไม่มีนโยบายให้ยื่นคำร้องหรือลงทะเบียน
ผ่านสื่อSocial Media เช่น FaceBook, Line, TikTok แต่อย่างใด
ผู้เสียหายสามารถติดตามข่าวสาร รายชื่อบัญชีผู้กระทำความผิด และความคืบหน้า การขอคืนเงินได้ทางเว็บไซต์ทางการของสำนักงาน ปปง. เท่านั้นที่ www.amlo.go.th

