“เอ็มพาวเวอร์” นำตัวแทนพนักงานบริการจากทั่วประเทศ ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์หน้าทำเนียบฯ ส่งมอบ “ปากกา” จี้นายกฯ อนุทิน เร่งลงนามรับรองร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ หลังร่างกฎหมายประชาชนกว่า 10,293 รายชื่อ ชะงักกว่า 30 วัน เหตุถูกตีความเป็นกฎหมายการเงิน พร้อมขีดเส้นอีก 30 วัน หากยังไร้ความคืบหน้าเตรียมยกระดับการเคลื่อนไหว

11 สิงหาคม 2569 – องค์กร Protection International (PI) รายงานว่า เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ณ บริเวณหน้าสำนักงาน กพร. ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล (ข้างประตู 3) มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ พร้อมด้วยตัวแทนพนักงานบริการจากทั่วประเทศ ทั้งจากอุดรธานี เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ภายใต้ชื่อ “รอฉัน รอเธออยู่ รอนายกเซ็นรับรองกฎหมายเราอยู่” เพื่อทวงถามความคืบหน้าและยื่นข้อเรียกร้องถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เร่งลงนามรับรองร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ (ฉบับประชาชน)
ชะงัก 30 วัน เหตุถูกตีความว่าเป็น “กฎหมายการเงิน”
การชุมนุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากภาคประชาชนได้รวบรวมรายชื่อกว่า 10,293 รายชื่อ เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศฯ เข้าสู่รัฐสภา อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ร่างกฎหมายดังกล่าวกลับถูกตีความให้เป็น “ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน” ส่งผลให้ต้องรอนายกรัฐมนตรีลงนามรับรองก่อนจึงจะสามารถเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อได้ ซึ่งผ่านมาแล้วกว่า 30 วันแต่กลับยังไม่มีความคืบหน้า
ความล่าช้าดังกล่าวสวนทางกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ที่เพิ่งรับทราบข้อสังเกตจากคณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (CEDAW) ซึ่งระบุให้ประเทศไทยเร่งดำเนินการยกเลิกความผิดทางอาญาต่อผู้ค้าประเวณี เพื่อยุติการจับกุม การตีตรา และการละเมิดสิทธิ รวมถึงให้ใช้กฎหมายแรงงานเข้ามาคุ้มครองพนักงานบริการแทน

มอบปากกา ปูพรมแดง และละครสะท้อนชีวิต “ทุกยุคก็มีเรา” พนักงานบริการ
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ มีการปูพรมแดงต้อนรับพนักงานบริการเพื่อย้ำจุดยืนว่าพนักงานบริการมีตัวตนและเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเสมอมา พร้อมการแสดงเปิดม่านละคร “ทุกยุคก็มีเรา” สะท้อนชีวิตคนทำงานตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบัน ครอบคลุมตั้งแต่บริบทบ้านสาว คาเฟ่ อาบอบนวด อะโกโก้ คาราโอเกะ จนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของพนักงานบริการในหลายพื้นที่
ตัวแทนพนักงานบริการได้ทำพิธีส่งมอบ “ปากกาด้ามโปรดของพนักงานบริการ” ส่งทะลุกำแพงทำเนียบฯ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ตั้งคำถามถึงนายกรัฐมนตรีว่า “พวกเราพร้อมแล้ว นายกฯ พร้อมเซ็นหรือยัง?” โดยมี สมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ ฐานวัตน์ พรนิธิดลวัฒน์ ตัวแทนจาก ผอ.กองคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นตัวแทนรัฐบาลออกมารับหนังสือข้อเรียกร้อง ซึ่งมีสาระสำคัญในการเรียกร้องให้รัฐบาลเปลี่ยนนโยบายจากการ “ลงโทษและจับกุม” มาเป็นการ “คุ้มครอง” สิทธิแรงงานอย่างเท่าเทียม
พนักงานบริการย้ำ “ความเสมอภาคไม่ใช่ภาระงบประมาณ”
ในแถลงการณ์ของมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ระบุถึงการต่อสู้ยาวนานกว่า 40 ปี ว่าสิ่งที่พนักงานบริการเรียกร้องไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่คือสิทธิพื้นฐานของคนทำงานที่ควรเข้าถึงระบบประกันสังคมมาตรา 33 ได้เหมือนอาชีพอื่น ซึ่งรัฐ นายจ้าง และลูกจ้างต่างต้องร่วมจ่ายสมทบ โดยยกตัวอย่าง “Can Do Bar” ที่พนักงานบริการร่วมกันสร้างขึ้นจนสามารถทำตามมาตรฐานกฎหมายแรงงานและประกันสังคมได้จริง พร้อมตั้งคำถามว่า การที่คนทำงานจะเข้าถึงสิทธิแบบเดียวกับแรงงานอื่นถูกนับเป็นภาระของรัฐตั้งแต่เมื่อไหร่

ปักหมุด 30 วัน หากไร้ความคืบหน้าเตรียมยกระดับการกดดัน
ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ ตัวแทนมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมว่า “วันนี้ที่เรามายื่นหนังสือ เราคาดหวังว่าเรื่องจะไปถึงนายกรัฐมนตรี และคาดหวังให้กระทรวง พม. (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) นำข้อเรียกร้องไปขับเคลื่อนต่อในการทำกฎหมายยกเลิกความผิดทางอาญา เราปักหมุดไว้อีก 30 วัน ถ้านายกฯ ยังไม่เซ็น เราจะกลับมาอีก วันนี้เรามาเป็นตัวแทนแค่ 15 คน แต่ครั้งหน้าเราจะมากันเยอะขึ้นเพื่อกดดันให้นายกฯ เซ็นรับรองให้ได้ และหลังจากนี้จะมีการส่งหนังสือเวียนไปยังทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไป” ท้ายแถลงการณ์ กลุ่มพนักงานบริการทิ้งท้ายถึงการมอบปากกาในวันนี้ว่า “ปากกาด้ามนี้ไม่ได้มีราคาแพง ไม่ต้องตั้งคณะกรรมการจัดซื้อ ไม่ต้องของบประมาณเพิ่มเติม ใช้ได้เลยค่ะ วันนี้จึงเหลือเพียงคำถามง่ายๆ ว่า นายกรัฐมนตรีจะใช้ปากกาด้ามนี้เมื่อไหร่”
ในขณะเดียวกัน ปรานม สมวงศ์ จากองค์กร Protection Internatioon. กล่าวว่า ประเทศไทยไปบอกสหประชาชาติว่าเรายอมรับหลักสิทธิมนุษยชน ขณะเดียวกัน CEDAW ก็ชี้ชัดถึงปัญหาที่เกิดจากการทำให้พนักงานบริการเป็นอาชญากร วันนี้จึงไม่ควรเหลือเพียงคำพูดในเวทีสหประชาชาติเท่านั้น เมื่อประชาชน 10,293 คนเสนอร่างกฎหมายเข้ามาแล้ว อย่างน้อยที่สุดรัฐบาลต้องเปิดทางให้กฎหมายฉบับนี้ได้เข้าสู่สภา ได้ถูกศึกษา ถกเถียง และพิจารณาอย่างจริงจังเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและศักด์ศรีความเป็นมนุษย์ของพนักงานบริการ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมและข้อเรียกร้อง: โทร. 086-730-8851 (มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์)

