“เรนบอมบ์” ถล่มนครพนม ฝน 107.9 มม. น้ำทะลักท่วมเมือง–บ้านร้านค้าจมบาดาล รถดับเกลื่อนถนน

28

นครพนมอ่วม! ฝนหนักถล่มต่อเนื่องตั้งแต่รุ่งสาง ปริมาณน้ำฝนพุ่ง 107.9 มิลลิเมตร ส่งผลให้หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองนครพนมกลายสภาพเป็นทะเล ถนนหลายสายจมอยู่ใต้น้ำ มวลน้ำเอ่อเข้าบ้านเรือน ร้านค้า และร้านอาหาร รถยนต์–รถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำไม่ไหว เครื่องยนต์ดับกลางถนน เจ้าหน้าที่เร่งเดินเครื่องสูบน้ำกว่า 8 เครื่อง ระบายลงแม่น้ำโขง ขณะที่ระดับน้ำโขงเพิ่มเป็น 10.77 เมตร ห่างจุดวิกฤตเพียง 1.23 เมตร เตือนช่วงเย็นถึงกลางคืนยังเสี่ยงฝนหนักซ้ำ

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองนครพนม หลังเกิดฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. จนเกิดน้ำรอการระบายอย่างรวดเร็วในหลายพื้นที่

ภาพสถานการณ์เมื่อเวลา 08.30 น. พบว่าถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองนครพนมมีน้ำท่วมขังสูง การจราจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางจุดรถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ขณะที่มวลน้ำบางส่วนไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ร้านค้า ร้านอาหาร และสถานประกอบการ สร้างความเสียหายแก่เครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งของภายในบ้าน อาทิ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตาแก๊ส ที่นอน และทรัพย์สินอื่นๆ

รถยนต์และรถจักรยานยนต์หลายคันที่พยายามขับฝ่ากระแสน้ำเกิดเครื่องยนต์ดับกลางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัย และประชาชนในพื้นที่ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือ เคลื่อนย้ายรถออกจากจุดน้ำท่วม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและเปิดเส้นทางให้รถฉุกเฉินเข้าไปปฏิบัติงาน

สถานีอุตุนิยมวิทยานครพนมตรวจวัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 107.9 มิลลิเมตร ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง นับเป็นฝนตกหนักในลักษณะเทกระหน่ำอย่างรุนแรง หรือที่เรียกกันในภาษาข่าวว่า “เรนบอมบ์” ทำให้ระบบระบายน้ำไม่สามารถรองรับมวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ทัน ชาวบ้านบางส่วนเรียกปรากฏการณ์ครั้งนี้ว่า “ฝนแสนห่า” พร้อมระบุว่าไม่เคยพบฝนตกหนักและยาวนานเช่นนี้ในเขตเมืองนครพนมมานานกว่า 30 ปี

ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และนายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม สั่งระดมกำลังฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองนครพนม เข้าช่วยเหลือประชาชนเป็นการเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องสูบน้ำมากกว่า 8 เครื่องเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่เขตเมืองลงสู่แม่น้ำโขง พร้อมจัดกำลัง ยานพาหนะ และอุปกรณ์กู้ภัยประจำจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่นครพนมวัดได้ 10.77 เมตร เพิ่มขึ้นจากวันก่อนประมาณ 20 เซนติเมตร และอยู่ต่ำกว่าระดับวิกฤต 12 เมตร เพียง 1.23 เมตร ทำให้การระบายน้ำออกจากเขตเมืองต้องดำเนินการอย่างใกล้ชิด หากมีฝนตกหนักซ้ำและระดับน้ำโขงเพิ่มสูงขึ้น อาจส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ช้าลง

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 9 สิงหาคม 2569 จะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่ง และมีฝนตกหนักมากในพื้นที่จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร และนครพนม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังค่อนข้างแรง กรมอุตุนิยมวิทยา⁠

ประชาชนในจังหวัดนครพนม รวมถึงพื้นที่ภาคอีสานตอนบนและด้านตะวันออกของภาค จึงยังต้องเฝ้าระวังกลุ่มฝนที่จะก่อตัวขึ้นอีกในช่วงเย็นและค่ำ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ชุมชนริมแม่น้ำ ลำห้วย ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิม แม้ประกาศพยากรณ์รายวันครอบคลุมถึงเวลา 00.00 น. แต่ประชาชนควรติดตามภาพเรดาร์และประกาศเตือนตลอดคืนถึงเช้าวันที่ 10 สิงหาคม เพราะฝนสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ ประกาศเตือนภัยกรมอุตุนิยมวิทยา⁠

เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการขับรถฝ่าพื้นที่น้ำท่วม ไม่จอดรถกีดขวางเส้นทางระบายน้ำ ยกเครื่องใช้ไฟฟ้าและทรัพย์สินขึ้นที่สูง รวมทั้งตัดกระแสไฟฟ้าทันทีหากน้ำเริ่มไหลเข้าบ้าน หากได้รับผลกระทบหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วน ปภ. 1784 งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองนครพนม โทร. 0-4251-1444 หรือ 08-2562-8832 ตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพสถานการณ์เวลา 08.30 น. วันที่ 9 สิงหาคม 2569