มท.3 เจเศรษฐ์ ติดตามสถานการณ์อุทกภัย 24 ชม. ตั้งแต่วันนี้ – 27 ก.ย. 69

วันที่ 23 กันยายน 2569 ที่ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เพื่อติดตามสถานการณ์ภัย การเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และการคาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศ และการเตรียมความพร้อมของจังหวัดเสี่ยงภัย โดยมี นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัย ผู้อำนวยการสำนัก/กอง ปภ. ส่วนกลาง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุม ณ ที่ตั้ง และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 23 – 27 กันยายน 2569 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศแจ้งเตือนฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย โดยจะเริ่มจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่น ๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ ประกอบกับกรมชลประทานได้ประกาศ แจ้งการเพิ่มระดับการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำในลุ่มเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนนอกคันกั้นน้ำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอ่างทอง ปัจจุบัน ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยพยากรณ์ ติดตามสถานการณ์ผ่าน War Room อย่างใกล้ชิด ซึ่งก่อนเกิดภัย ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะส่งแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทราบ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่อย่างทันท่วงที 

สำหรับโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาแนวโน้มสถานการณ์ หากคาดว่าจะมีความรุนแรงให้โรงเรียนหยุดการเรียนการสอนในห้วงเวลาดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ หากมีความเสี่ยงเกิดอุทกภัยให้ประกาศแจ้งเตือนและปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้บุคคลใด เข้าพื้นที่ ในกรณีที่มีคลื่นลมแรงให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในช่วงคลื่นลมแรง เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเมื่อเกิดสาธารณภัยขึ้นให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ และจัดตั้งระบบการบัญชาการเหตุการณ์ในรูปแบบ Single Command เพื่ออำนวยการ สั่งการ อย่างเป็นระบบ ตลอดจนเร่งช่วยเหลือและอพยพประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ประชาสัมพันธ์เส้นทางอพยพ เคลื่อนย้ายสิ่งของ จัดเตรียมถุงยังชีพ และ ศูนย์พักพิงชั่วคราวพร้อมรองรับผู้ประสบภัย พร้อมอาหาร น้ำดื่ม อย่างเพียงพอ 

“ในเรื่องของข้อมูลข่าวสารขอให้ประชาชนติดตามข่าวสถานการณ์การแจ้งเตือนภัยจากแหล่งข่าวของทางราชการ เพราะเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้ ผมขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลภายใต้การนำของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความพร้อมที่จะบริหารจัดการ หากเกิดสาธารณภัยขึ้น เพื่อดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนตลอดห้วงฤดูฝนนี้” นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย 

ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายเจเศรษฐ์ เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 23-27 กันยายนนี้ พื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และระยอง ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง น้ำรอการระบาย รวมถึงฝนตกหนักเฉียบพลัน โดยสถานการณ์ฝนจะเริ่มในภาคตะวันออก ก่อนเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพมหานคร เนื่องจากร่องมรสุมจะพาดผ่านพื้นที่ดังกล่าว

นายเจเศรษฐ์ ระบุว่า กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่เข้าข่าย “มหาอุทกภัย” แต่มีโอกาสเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่เสี่ยง จึงได้สั่งการให้จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมเปิดกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หากพบว่าฝนตกหนักและสถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์