“น้องเนเน่”เด็กไทย เลือดปักษ์ใต้บ้านเราจากเมืองภูเก็ต เลือกใช้โชว์ ในรายการ American got talent รอบล่าสุด เมื่อโชว์จบเสียงแห่งความประทับใจยังกระหึ่ม.. ถ้าใครไม่ใช่ FC ของ“น้องเนเน่”บางท่านอาจจะไม่รู้จักเพลงนี้ และ วง Muse มากนัก มันเป็นเพลงที่บรรดาวงร็อคบ้านเราน้อยวง ที่เลือกจะเล่นเพลงนี้ แต่กลับกัน เนเน่ เลือกเพลงนี้ โชว์ สกิล การร้องการ Solo กีต้าร์ เป็นเทพมากๆ จนกรรมการทุกคนถึงกับอึ้งที่เธอเลือกเพลงที่ยาก เพื่อโชว์ฝีมือกีตาร์ระดับเทพให้เห็น

ทีนี่เรามารู้จักกับวง Muse กัน ..!!!จากวงเด็กโรงเรียนเมืองเล็ก สู่หนึ่งในวงร็อกที่ทรงพลังที่สุดของโลก หากจะถามว่า ในโลกดนตรีร็อกยุคใหม่ มีวงไหนบ้างที่ขึ้นเวทีเพียง “สามคน” แต่สามารถสร้างกำแพงเสียงได้ราวกับมีนักดนตรีอยู่บนเวทีเป็นสิบคน
ชื่อของ Muse ต้องติดอยู่ในลำดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัยสามหนุ่มจากเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลในอังกฤษ ไม่ได้เริ่มต้นด้วยภาพของร็อกสตาร์ ไม่มีใครรู้ว่าวันหนึ่งพวกเขาจะเดินทางจากเวทีประกวดดนตรีของเด็กนักเรียน ไปยืนท่ามกลางแสง เลเซอร์ และเสียงคำรามของผู้ชมนับหมื่นในสนามกีฬาทั่วโลกแต่ Muse ทำได้และที่สำคัญ พวกเขาไม่ได้ไปถึงจุดนั้นด้วย “โชค”พวกเขาไปถึงด้วย ฝีมือ เรื่องราวเริ่มต้นที่เมือง Teignmouth ใน Devon ประเทศอังกฤษ เมื่อ Matt Bellamy, Chris Wolstenholme และ Dominic Howard สามเพื่อนวัยรุ่นรวมตัวเล่นดนตรี ก่อนใช้ชื่อ Rocket Baby Dolls และลงประกวด Battle of the Bands หลังชัยชนะจากเวทีนั้น พวกเขาตัดสินใจเอาจริงกับเส้นทางดนตรี และชื่อ Muse ก็ถือกำเนิดขึ้นในปี 1994
จากวันนั้น โลกดนตรีร็อกก็ได้รู้จักวงสามชิ้นที่ไม่เคยคิดจะทำดนตรีให้ฟังเหมือนวงสามชิ้นธรรมดา กีตาร์หนึ่งตัว เบสหนึ่งตัว กลองหนึ่งชุด…แต่เสียงเหมือนกองทัพ
หัวใจสำคัญของ Muse อยู่ที่ชายชื่อ Matt Bellamyเขาไม่ใช่เพียงนักร้องนำ แต่เป็นทั้งมือกีตาร์ มือเปียโน นักแต่งเพลง และมันสมองสำคัญในการสร้างโลกทางดนตรีของวง Bellamy เป็นมือกีตาร์ประเภทที่ไม่ได้พยายามอวดความเร็วทุกวินาที แต่รู้ว่าจะใช้ “เสียง” อย่างไรให้เกิดอารมณ์ บางครั้งกีตาร์ของเขาหนักและดิบ บางครั้งกรีดร้องเหมือนเครื่องจักร บางครั้งกลับถอยออกไป เปิดพื้นที่ให้เสียงเปียโนและท่วงทำนองแบบดนตรีคลาสสิกเข้ามาทำหน้าที่แทน

ขณะที่ Chris Wolstenholme เป็นมือเบสที่มีบทบาทมากเกินกว่าคำว่า “คุมจังหวะ”ใครเคยฟังอินโทรของ Hysteria จะเข้าใจทันทีว่า เบสของ Muse ไม่ได้ยืนอยู่ข้างหลังแต่มันเดินออกมายืน “หน้าวง” ส่วน Dominic Howard คือเครื่องยนต์ที่คอยผลักสองคนข้างหน้าให้วิ่งไปพร้อมกัน การตีกลองของเขาหนัก แน่น และแม่นยำ แต่ไม่แย่งพื้นที่ของเพลง นี่คือความลงตัวที่น่าสนใจ เพราะ Muse มีเพียงสามคน แต่แทบไม่เคยทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า “เสียงมันบาง”
ตรงกันข้าม บางครั้งยังรู้สึกว่า สามคนนี้เสียงใหญ่เกินเวทีเสียด้วยซ้ำ จาก Showbiz ถึง Origin of Symmetry ปี 1999 Muse ออกอัลบั้มแรก Showbiz เพลงอย่าง Sunburn และ Muscle Museum ทำให้คนเริ่มหันมามองวงร็อกหนุ่มจากอังกฤษวงนี้ ในช่วงแรก Muse ถูกนำไปเปรียบเทียบกับวงร็อกร่วมยุคหลายวง โดยเฉพาะจากน้ำเสียงสูงและเต็มไปด้วยอารมณ์ของ Bellamy แต่ไม่นานนัก พวกเขาก็พิสูจน์ว่า Muse กำลังเดินไปในเส้นทางของตัวเอง คำตอบชัดเจนขึ้นใน Origin of Symmetry ปี 2001
New Born ,Bliss,Plug In Baby เพลงเหล่านี้เริ่มเผย “DNA” ของ Muse อย่างเต็มตัว ร็อกหนัก ๆ ถูกจับมาชนกับดนตรีคลาสสิก ซินธิไซเซอร์ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ และจินตนาการแบบไซไฟ โดยเฉพาะ Plug In Baby
ริฟฟ์กีตาร์ช่วงเปิดเพลงเพียงไม่กี่วินาทีก็เพียงพอแล้วที่จะบอกว่าวงนี้…ไม่ธรรมดา แล้ว “Hysteria” ก็มาหากต้องเลือกเพลงหนึ่งเพื่ออธิบาย Muse ให้คนที่ไม่เคยฟังรู้จัก ผมอาจเลือก Hysteria เพลงจากอัลบั้ม Absolution ปี 2003
เปิดขึ้นมาด้วยเบสไลน์ที่วิ่งกระแทกเข้าหาคนฟังทันที ก่อนกลองและกีตาร์จะถาโถมตามเข้ามา มันทั้งดุดัน ทั้งกดดัน และมีเสน่ห์อย่างประหลาด Absolution ยังมี Time Is Running Out ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งเพลงสำคัญของวง

จากนั้น Muse ก็ไม่ได้หยุด ปี 2006 พวกเขาปล่อย Black Holes and Revelations และโลกก็ได้ฟัง Starlight, Supermassive Black Hole และเพลงมหากาพย์อย่าง Knights of Cydonia ถึงตรงนี้ Muse ไม่ใช่วงทางเลือกเล็ก ๆ จากอังกฤษอีกแล้ว พวกเขากลายเป็น Stadium Rock Band เต็มตัว“Uprising” เสียงต่อต้านจากคนสามคน ปี 2009 อัลบั้ม The Resistance พา Muse ไปอีกระดับเพียงเสียงเปิดของ Uprising ดังขึ้น คนดูแทบทั้งสนามก็พร้อมจะร้องตาม “They will not control us…”เพลงของ Muse ในช่วงนี้เริ่มพูดถึงอำนาจ การควบคุมประชาชน เทคโนโลยี สงคราม เสรีภาพ และความหวาดกลัวต่อโลกอนาคตมากขึ้น นี่เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ Muse แตกต่าง เพราะพวกเขาไม่ได้เขียนเพลงรักอย่างเดียวแต่ชอบตั้งคำถามกับ มนุษย์ อำนาจ และโลกที่มนุษย์กำลังสร้างขึ้นบางเพลงเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์บางเพลงเหมือนคำเตือน บางเพลงเหมือนเสียงเรียกร้องให้คนลุกขึ้นต่อต้านบางสิ่ง แต่ทั้งหมดถูกห่อหุ้มอยู่ในดนตรีร็อกที่ฟังสนุกและทรงพลัง Muse ต้อง “ดูสด” สักครั้ง มีวงดนตรีจำนวนมากที่ฟังจากแผ่นแล้วดี แต่พอขึ้นเวที ความมหัศจรรย์บางอย่างหายไป Muse กลับตรงกันข้าม เพลงในสตูดิโอว่าทรงพลังแล้ว เมื่ออยู่บนเวที มันกลับยิ่งใหญ่ขึ้นอีก เวทีของพวกเขามีตั้งแต่จอขนาดมหึมา เลเซอร์ แสง สี ระบบภาพ ไปจนถึงโปรดักชันที่บางครั้งดูเหมือนการแสดงมากกว่าคอนเสิร์ตร็อก
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่อุปกรณ์ราคาแพงเหล่านั้น
มันคือความสามารถของนักดนตรีสามคนที่ยืนอยู่กลางเวทีโดยเฉพาะ Bellamy ชายคนนี้สามารถเพิ่งเล่นกีตาร์อย่างบ้าคลั่ง แล้วเดินไปนั่งหน้าเปียโน เปลี่ยนอารมณ์ทั้งสนามในเวลาไม่กี่วินาที ก่อนกลับมาร้องโน้ตสูงชนิดที่คนฟังธรรมดาได้แต่มองหน้ากันว่า“มันร้องขึ้นไปได้ยังไงวะ?”นี่แหละเสน่ห์ของ Muse จากสามเด็กหนุ่ม…กว่า 30 ปีบนถนนสายร็อก

นับจากการรวมวงในปี 1994 จนถึงวันนี้ Muse เดินทางบนถนนดนตรีมากกว่า สามทศวรรษ ผ่านตั้งแต่ Showbiz, Origin of Symmetry, Absolution, Black Holes and Revelations, The Resistance, The 2nd Law,Drones,Simulation Theory จนถึง Will of the People พวกเขาเปลี่ยนเสียงไปตามยุค บางครั้งแฟนเก่าอาจชอบ บางครั้งอาจไม่ชอบ แต่สิ่งหนึ่งที่ Muse แทบไม่เคยทำคือ ยืนอยู่กับที่และนั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่วงดนตรีสามชิ้นจากเมืองเล็ก ๆ ของอังกฤษวงนี้ยังคงมีที่ยืนของตัวเองบนเวทีร็อกโลก
ถ้าคุณเติบโตมากับเสียงกีตาร์ของ Deep Purple, Pink Floyd, Queen หรือร็อกยุค 70–80 แล้ววันหนึ่งอยากรู้ว่า หลังจากยุคของวงเหล่านั้น โลกของร็อกเดินทางต่อไปทางไหน ลองเปิด Muse ดัง ๆ สักครั้ง “เริ่มจาก Hysteria ต่อด้วย Plug In Baby ลดอารมณ์ลงมาที่ Starlight แล้วปิดท้ายด้วย Knights of Cydonia อย่าเพิ่งรีบตัดสินตั้งแต่เพลงแรก
ฟังไปเรื่อย ๆ แล้วอาจพบว่า ภายใต้เสียงซินธิไซเซอร์ เทคโนโลยี และความทันสมัยเหล่านั้น หัวใจของ Muse ยังเป็นสิ่งเดียวกับที่ทำให้คนรุ่นหนึ่งเคยหลงรักดนตรีร็อกเมื่อหลายสิบปีก่อน กีตาร์ต้องมีเสียงของมัน เบสต้องทำให้หัวใจเต้น กลองต้องทำให้เท้าขยับ และเมื่อขึ้นเวที…ต้องเล่นให้คนดูจำกลับบ้าน Muse ทำอย่างนั้นมาตลอดกว่า 30 ปี และนั่นคงเป็นเหตุผลว่าทำไมวงที่มีสมาชิกเพียง สามคน ถึงสามารถสร้างเสียงที่ใหญ่พอจะเขย่าทั้งสนามคอนเสิร์ต..!!
อ้างอิงจาก

