สดุดีเกียรติคุณ “พล.ต.อ.เสริม จารุรัตน์” อดีตหัวหน้านายตำรวจราชสำนัก ส่งดวงวิญญาณสู่สัมปรายภพ

72

กำหนดพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลตำรวจเอก เสริม จารรัตน์ ท.จ.ว., ม.ป.ช., ม.ว.ม., ภ.ป.ร.๓ อดีตหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ และอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2569 ณ เมรุวัดธาตุทอง พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร

พล.ต.อ.เสริม จารุรัตน์ ถือเป็นอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ผู้สร้างคุณูปการแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและประเทศชาติ ตลอดชีวิตราชการได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต จงรักภักดี และยึดมั่นในเกียรติแห่งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละและความรับผิดชอบแก่ข้าราชการตำรวจรุ่นหลัง

กำหนดการเริ่มเวลา 15.30 น. เชิญโกศศพแห่เวียนเมรุ ก่อนอัญเชิญขึ้นตั้งบนจิตกาธาน จากนั้นเวลา 17.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่ครอบครัวและวงศ์ตระกูล

ครอบครัวได้กราบเรียนเชิญผู้บังคับบัญชา เพื่อนข้าราชการ ผู้ใต้บังคับบัญชา ตลอดจนผู้ที่เคารพนับถือ เข้าร่วมพิธีเพื่อแสดงความอาลัยและร่วมส่ง พล.ต.อ.เสริม จารรัตน์ เป็นครั้งสุดท้ายโดยพร้อมเพรียงกัน

การจากไปของ พล.ต.อ.เสริม จารุรัตน์ นับเป็นความสูญเสียบุคคลสำคัญผู้ฝากผลงานและคุณงามความดีไว้ในแผ่นดิน แม้วันนี้ร่างกายจะดับสูญ แต่เกียรติประวัติ ความจงรักภักดี และปณิธานแห่งการรับใช้ชาติบ้านเมือง จะยังคงได้รับการจารึกไว้ในความทรงจำของครอบครัว ข้าราชการตำรวจ และผู้ที่เคารพรักตลอดไป

ขอน้อมสดุดีเกียรติคุณ และขอให้ดวงวิญญาณของ พล.ต.อ.เสริม จารุรัตน์ ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

สำหรับประวัติ พล.ต.อ.เสริม จารุรัตน์ เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2472 ปัจจุบันอายุ 97 ปี เป็นบุตรของนายชมและนางภัทรา จารุรัตน์ สมรสกับคุณหญิงชโลบล จารุรัตน์ นับเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ผู้มีบทบาทสำคัญทั้งด้านการพัฒนาวิทยาการตำรวจไทย งานปฏิบัติการพิเศษ และภารกิจถวายความปลอดภัยแด่พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนพระราชอาคันตุกะ

พล.ต.อ.เสริม เริ่มรับราชการเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2498 ในตำแหน่งประจำแผนกกฎหมาย กองวิชาการ ก่อนผ่านงานตำรวจอย่างรอบด้าน ทั้งงานปกครองป้องกัน งานสืบสวนสอบสวน งานศูนย์รวมข่าว งานรถวิทยุ งานตำรวจนครบาล งานทะเบียนประวัติอาชญากร งานสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ งานวิจัยและวางแผน งานตำรวจตระเวนชายแดน และงานการศึกษาอบรม

ในช่วงต้นของชีวิตราชการ ท่านดำรงตำแหน่งรองสารวัตรปกครองป้องกัน รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน และสารวัตรสืบสวนสอบสวน สน.บางรัก ก่อนก้าวขึ้นเป็นสารวัตรแผนกศูนย์รวมข่าว รองผู้กำกับการรถวิทยุและศูนย์รวมข่าว รองผู้กำกับการตำรวจนครบาลที่ 7 ผู้กำกับการตำรวจนครบาลที่ 11 และผู้กำกับการตำรวจนครบาลที่ 7 ตามลำดับ

ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้บังคับการตำรวจนครบาลใต้ หัวหน้ากองทะเบียน หัวหน้ากองทะเบียนประวัติอาชญากร ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หัวหน้ากองวิจัยและวางแผน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และรองผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์และความสามารถในการบริหารงานตำรวจที่ครอบคลุมแทบทุกมิติ

จุดสำคัญของชีวิตราชการเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2524 เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ ก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2525 จากนั้นก้าวสู่ตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจในปี 2529 และรองอธิบดีกรมตำรวจในปี 2530

ด้วยความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์ และการปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยอย่างรอบคอบ สมพระเกียรติ พล.ต.อ.เสริม จึงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ต่ออายุราชการในตำแหน่งหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ จนถึงอายุ 72 ปี โดยพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2545

ตลอดระยะเวลาที่รับผิดชอบภารกิจสำคัญ พล.ต.อ.เสริม ได้ปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ด้วยความจงรักภักดี ทำให้ทุกภารกิจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และเกิดความปลอดภัยสูงสุด

ท่านยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการวางแผน อำนวยการ และพัฒนาระบบถวายความปลอดภัยของสำนักงานนายตำรวจราชสำนักประจำและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีความทันสมัย เป็นระบบ และสอดคล้องกับพระบรมราโชบายอย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งคุณูปการสำคัญ คือการนำความรู้และวิทยาการตำรวจจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้และวางรากฐานให้แก่ตำรวจไทย โดยเฉพาะการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือ S.W.A.T. การยิงปืนในระบบ P.P.C. และการขับขี่รถจักรยานยนต์ “อัศวิน” ในขบวนเสด็จพระราชดำเนิน ซึ่งต่อมาได้รับการพัฒนาและสืบทอดเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานของกรมตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

นอกจากความสามารถด้านการบริหารและการปฏิบัติการแล้ว พล.ต.อ.เสริม ยังทำหน้าที่เป็นอาจารย์และวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ตำรวจรุ่นหลัง ทั้งวิชาการบริหารงานตำรวจ การตรวจท้องที่ เทคนิคการตรวจค้นและจับกุม การใช้กุญแจมือและเครื่องพันธนาการ ตลอดจนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนคดีอาญา ให้แก่นักเรียนนายร้อยตำรวจ นายตำรวจ และผู้เข้ารับการอบรมในโรงเรียนสืบสวน กรมตำรวจ

นอกเหนือจากหน้าที่ราชการ พล.ต.อ.เสริม ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ร่วมเป็นสมาชิกวงดนตรี “สหายพัฒนา” และวงดนตรี “อ.ส.วันศุกร์” ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดและเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

จากการปฏิบัติราชการด้วยความวิริยะอุตสาหะและจงรักภักดี ท่านได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงหลายรายการ อาทิ มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ มหาวชิรมงกุฎ รัตนาภรณ์ ชั้นที่ 3 ประถมาภรณ์ช้างเผือก ทุติยจุลจอมเกล้า ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ ตลอดจนเหรียญจักรมาลา

กล่าวได้ว่า พล.ต.อ.เสริม จารุรัตน์ เป็นนายตำรวจผู้มีความรู้ความสามารถอย่างรอบด้าน เป็นทั้งนักบริหาร นักปฏิบัติ นักวางแผน และครูตำรวจ ผู้วางรากฐานงานสำคัญหลายด้านให้แก่วงการตำรวจไทย โดยเฉพาะภารกิจถวายความปลอดภัยและงานปฏิบัติการพิเศษ

ตลอดชีวิตราชการ ท่านยึดมั่นในความจงรักภักดี ความซื่อสัตย์สุจริต และอุดมการณ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์แก่ตำรวจรุ่นหลัง พร้อมอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประโยชน์ของแผ่นดินอย่างแท้จริง จึงนับเป็น “ปูชนียบุคคลแห่งวงการตำรวจไทย” ผู้มีเกียรติประวัติควรค่าแก่การยกย่องและจารึกไว้เป็นแบบอย่างสืบไป.