มท.1 สั่งด่วนทั่วประเทศ! คุมเข้ม “อาวุธปืน” หลังเหตุยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ระดมฝ่ายปกครอง X-Ray พื้นที่เสี่ยง

13

กรมการปกครองส่งโทรสารด่วนที่สุดถึงผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ยกเว้นนนทบุรี กำชับเข้มมาตรการควบคุมอาวุธปืน หลังเกิดเหตุยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี สั่งตรวจเข้มผู้ครอบครองปืน–สถานบริการ–พื้นที่เสี่ยง พร้อมเฝ้าระวังบุคคลพฤติกรรมรุนแรง ป้องกันเหตุซ้ำ

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีข้อสั่งการผ่านกรมการปกครอง ภายหลังเกิดเหตุใช้อาวุธปืนภายใน โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย โดยกำชับให้ฝ่ายปกครองทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงเร่งป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ

กรมการปกครองได้ส่งหนังสือ “ด่วนที่สุด” ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ยกเว้นจังหวัดนนทบุรี กำหนดมาตรการสำคัญให้เร่งดำเนินการ โดยเฉพาะการ ยกระดับมาตรการควบคุมการครอบครองและพกพาอาวุธปืนอย่างเด็ดขาด พร้อมถือปฏิบัติตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการงดออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป.12) เป็นการชั่วคราว

นอกจากนี้ ให้ฝ่ายปกครองตรวจสอบและกำชับผู้ได้รับใบอนุญาตค้าหรือทำอาวุธปืน ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ป้องกันไม่ให้อาวุธปืนหลุดไปถึงบุคคลที่อาจนำไปใช้ก่อเหตุอันตรายต่อผู้อื่นและสังคม

ขณะเดียวกัน สั่งการให้นายอำเภอทุกแห่งบูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เพิ่มการลาดตระเวนและเฝ้าระวังพื้นที่สาธารณะ สถานที่สำคัญ และพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะจุดล่อแหลม สถานบริการ หรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ซึ่งอาจเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุรุนแรง

มาตรการดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึง โรงเรียน สถานศึกษา ศาสนสถาน ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ที่ประชาชนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก โดยให้จัดระบบรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม และตรวจตราบุคคลหรือสิ่งผิดปกติที่อาจเป็นสัญญาณเตือนก่อนเกิดเหตุ

อีกมาตรการสำคัญ คือให้ฝ่ายปกครอง เฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการก่อเหตุรุนแรง อาทิ ผู้ป่วยจิตเวช ผู้มีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือผู้มีประวัติการกระทำความผิด โดยให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเครือข่ายในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบความเสี่ยงให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าช่วยเหลือและป้องกันก่อนเกิดเหตุ

พร้อมกันนี้ให้เร่งสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับการสังเกตและแจ้งเบาะแสบุคคลหรือสถานการณ์ผิดปกติ ตลอดจนประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเหตุ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างความปลอดภัยในชุมชน

ทั้งนี้ กรมการปกครองยังกำชับให้ทุกจังหวัดเตรียม แผนเผชิญเหตุและแผนอพยพประชาชน สำหรับรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมทั้งจัดระบบช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

หนังสือดังกล่าวลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะอธิบดีกรมการปกครอง ตามเอกสารที่เผยแพร่ โดยให้ทุกจังหวัดถือปฏิบัติและดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง เพื่อสกัดความเสี่ยงจากอาวุธปืนและป้องกันเหตุสะเทือนขวัญไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก