“โสภณ” กล่าวสุนทรพจน์ 50 ปี สัมพันธ์ไทย – เวียดนาม จากเพื่อนบ้านสู่หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือด้านนิติบัญญัติ-สันติภาพ-ความมั่นคงในภูมิภาค

10

เวียดนาม, วันที่ 6 สิงหาคม – นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับเชิญในฐานะแขกเกียรติยศกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานนิทรรศการ “The Woven Ties: Celebrating 50 Years of Thailand–Viet Nam Diplomatic Relations” ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย เป็นเจ้าภาพจัดงาน ร่วมกับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกลางแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนาม (Central Committee of the Viet Nam Fatherland Front)

นายโสภณได้กล่าวย้ำถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามตลอดระยะเวลา 50 ปี นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2519 ซึ่งได้เติบโตจากความเป็นประเทศเพื่อนบ้าน สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความจริงใจ และการเกื้อกูลกันในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน พร้อมเน้นย้ำบทบาทของรัฐสภาทั้งสองประเทศในการส่งเสริมความร่วมมือด้านนิติบัญญัติ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการผลักดันความร่วมมือที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ รวมถึงการร่วมกันรับมือกับความท้าทายร่วมสมัย อาทิ การปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และการเสริมสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ เพื่อร่วมกันส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาคอาเซียน

นายโสภณ ยังเชื่อมั่นว่า มิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและเวียดนามจะยังคงได้รับการสืบสานและต่อยอดไปสู่ความร่วมมือในทุกระดับ เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในอนาคต และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

ภายหลังพิธีเปิด นายโสภณ ได้นำคณะผู้แทนรัฐสภาไทยเยี่ยมชมนิทรรศการผ้าไทยและชุดประจำชาติ ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของทั้งสองประเทศ พร้อมพบปะนางฮา ถิ งา (Ms Ha Thi Nga) สมาชิกคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการกลางแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนาม ผู้แทนชาวไทย ภาคเอกชนไทยในกรุงฮานอย ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติฝ่ายเวียดนาม เพื่อกระชับเครือข่ายความร่วมมือและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน อันเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างไทยและเวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

หลังจากนั้นนายโสภณและคณะได้ เยี่ยมชมวัดหง็อกเซิน (Ngọc Sơn Temple) ณ ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม (Hoàn Kiếm Lake) กรุงฮานอย โดยมีนายติ่ง กง สี Mr. Dinh Cong Sy) รองประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ให้การต้อนรับและร่วมเยี่ยมชม

วัดหง็อกเซิน หรือ “วัดเนินหยก” เป็นศาสนสถานและโบราณสถานสำคัญที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกรุงฮานอย ตั้งอยู่บนเกาะเล็กกลางทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม ซึ่งมีตำนานเกี่ยวกับการคืนพระแสงดาบศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิเล เลิ่ย (Lê Lợi) แก่เทพเต่ายักษ์ ภายหลังการกอบกู้เอกราชของเวียดนาม จึงเป็นสถานที่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ชาติ และความเชื่อของชาวเวียดนามที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ภายในวัดประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบุคคลสำคัญที่ได้รับความเคารพนับถือ อาทิ เทพเหวินชางตี้จวิน เทพแห่งปัญญาและการศึกษา เจิ่นฮึงดาว วีรบุรุษผู้ปกป้องเอกราชของเวียดนามจากการรุกรานของกองทัพมองโกลในคริสต์ศตวรรษที่ 13 และกวนอู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดี และคุณธรรม สะท้อนการผสมผสานของลัทธิขงจื๊อ เต๋า และความเชื่อพื้นถิ่นที่หล่อหลอมเป็นรากฐานทางวัฒนธรรมของสังคมเวียดนาม

ในโอกาสนี้ คณะผู้แทนรัฐสภาไทยได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และมรดกทางวัฒนธรรมของเวียดนาม พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการอนุรักษ์แหล่งมรดกทางประวัติศาสตร์และการส่งเสริมอัตลักษณ์ของชาติ ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศแล้ว ยังสะท้อนถึงบทบาทของการทูตเชิงวัฒนธรรม (Cultural Diplomacy) ในการกระชับความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ

ขณะที่ ช่วงเย็น นายโสภณพร้อมคณะจะเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ณ สำนักงานรัฐบาล  จากนั้น เวลา 18.00 น. รับประทานอาหารค่ำร่วมกับผู้แทนประเทศไทย และสภาหอการค้าไทยในเวียดนาม