“นิกร” นำทีม ลุยศรีสะเกษ มอบสิทธิสวัสดิการทุกช่วงวัย พร้อมบ้านสานพลัง ช่วยกลุ่มปราะบาง ยัน พร้อมจับมือทุกภาคส่วน สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน

11

ศรีสะเกษ, วันที่ 3 สิงหาคม – นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. เดินทางไปติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย ตามนโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” โดยได้เปิดกิจกรรม “พม.สร้างสุข…ส่งมอบสวัสดิการ” ณ โรงเรียนปรางค์กู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ  พร้อมทั้งมอบสิทธิและสวัสดิการสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและคนทุกช่วงวัย อาทิ บัตรประจำตัวคนพิการจากการประเมินความพิการจากปัจจัยทางสังคมและพฤติการณ์แวดล้อม, เงินอุดหนุนโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่คนพิการ เป็นต้น นอกจากนี้ ได้เยี่ยมชมบูธ พม. สร้างสุข สำหรับคนทุกช่วงวัย ด้วยการจัดกิจกรรมและผลงานของทีม พม. จังหวัดศรีสะเกษ และเครือข่ายท้องถิ่น รวมถึงผลิตภัณฑ์สินค้าของกลุ่มเป้าหมายและชุมชน

จากนั้นได้ลงพื้นที่ ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเปิดกิจกรรมกีฬาสานสัมพันธ์ผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุ และกิจกรรม “พม.สร้างสุข” ด้วยการมอบสิทธิและสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและคนทุกช่วงวัย และมอบอุปกรณ์นันทนาการสำหรับโรงเรียนผู้สูงอายุ  และได้ลงพื้นที่ ณ ตำบลสุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อมอบบ้านสานพลังให้ผู้สูงอายุเปราะบางที่เป็นคนพิการ ในกิจกรรม “พม.สร้างสุข…ส่งมอบบ้านสานพลัง” พร้อมทั้งร่วมทาสีบ้าน และมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อีกทั้งได้พบปะพูดคุยให้กำลังใจผู้นำท้องถิ่น เครือข่ายคนพิการ และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่

นายนิกร กล่าวว่า วันนี้ ตนได้นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ที่ดูแลทุกกลุ่มเป้าหมายมาร่วมลงพื้นที่ด้วยกัน เพื่อรับฟังปัญหาความต้องการและข้อเสนอแนะจากสภาพความเป็นจริง นำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งกระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนนโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” โดยมุ่งเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ให้” ไปสู่ “ผู้สร้างโอกาส” และเป็น “กำแพงพิงหลัง” ให้กับประชาชนทุกช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาเด็กและเยาวชน ด้วยการส่งเสริมตั้งแต่แรกเกิด การเรียนรู้ และทักษะชีวิต , การส่งเสริมความมั่นคงของครอบครัว ด้วยการเสริมสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง ปราศจากความรุนแรง , การยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ด้วยการเตรียมความพร้อมรองรับสังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ

การพัฒนาและส่งเสริมสิทธิคนพิการ ด้วยการสร้างโอกาส อาชีพ และการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเท่าเทียม , การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย ด้วยการจัดสวัสดิการสังคมที่คุ้มครองอย่างตรงจุด , การสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ด้วยการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับทุกคน , การป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงในสังคม รวมถึงการค้ามนุษย์และการคุ้มครองผู้สูญเสียโอกาส และ การบูรณาการภาคีเครือข่าย ด้วยการดึงพลังอาสาสมัคร ท้องถิ่น และเอกชนมาร่วมพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวง พม. ไม่สามารถทำงานได้เพียงหน่วยงานเดียวได้ ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย นำไปสู่การ “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน”