สมาคมสื่อชายแดนใต้-พันธมิตร พา 300 ลูกเสือพุทธ-มุสลิม สัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนทุเรียนยะลา มุ่งเชื่อมโยง “การศึกษา-วิถีชีวิต-การช่วยเหลือสังคม” แบบพหุวัฒนธรรม

6

บทความพิเศษ โดย สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้

ในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจของพื้นที่ชายแดนใต้ “ทุเรียน” อาจถูกมองเป็นเพียงพืชเศรษฐกิจ หรือราชาแห่งผลไม้ที่มีมูลค่าสูงในตลาด แต่สำหรับมุมมองของเกษตรกรใน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ทุเรียนทุกลูกคือผลผลิตที่เกิดจากความทุ่มเททั้งชีวิต ตลอด 24 ชั่วโมงต่อวันและผ่านการดูแลยาวนานหลายปี

เมื่อวันที่ 29–30 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South) ได้จับมือร่วมกับ ศูนย์พัฒนาอาชีพ กลุ่มร่วมด้วยช่วยกันชายแดนใต้ นำโดย นางสาวรอกีเยาะ อาบู ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ตลอดจนคณะครู ผู้กำกับลูกเสือ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 ตำบล (ต.ยะหา, ต.ตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา และ ต.ธารคีรี อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา) จัดกิจกรรมค่ายลูกเสือเรียนรู้วิถีชาวสวนทุเรียน ภายใต้แนวคิด “ย้อนรอยวิถีชุมชน น้อมนำสองวัฒนธรรม 3 ตำบล” เพื่ออัลลอฮ์ ณ ลาน “Raw & Wild” คีรีแก่งนางรำ ต.ตาชี อ.ยะหา จ.ยะลา

กิจกรรมในครั้งนี้มีคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนพัฒนาวิทยา แผนกสาธิต จังหวัดยะลา เข้าร่วมมากกว่า 300 คน โดยได้รับเกียรติจาก นายธีรวิทย์ เฑียรฆโรจน์ ผู้อำนวยการกองประสานและเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่พิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปพ.) มาเป็นประธานเปิดงานและให้การสนับสนุน

นอกเหนือจากการฝึกทักษะลูกเสือและการสร้างความสามัคคีตามหลักศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามแล้ว คือการ “เจาะลึกมิติชีวิตชาวสวนทุเรียน” เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสด้วยตนเองว่า กว่าทุเรียนหนึ่งลูกจะเดินทางไปถึงผู้บริโภค เกษตรกรต้องแบกรับภาระและความเสี่ยงอย่างไรบ้าง เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านฐานกิจกรรมและการเข้าพักโฮมสเตย์ร่วมกับครอบครัวชาวสวน ทำให้ได้สัมผัสจังหวะชีวิตจริงอย่างใกล้ชิด

ตื่นก่อนตะวันรุ่ง (03.40 – 05.30 น.) เริ่มต้นวันด้วยการปฏิบัติศาสนกิจ (ละหมาดตะฮัจญุดและซุบฮี) สะท้อนวิถีแห่งศรัทธา จากนั้นชาวสวนต้องเตรียมอุปกรณ์ ออกตรวจสวนตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเช็กความชื้นของดิน ตรวจสอบศัตรูพืช ตลอดจนสังเกตดอกและผลทุเรียน

ระยะเวลาและความทุ่มเท: เกษตรกรต้องใช้เวลาดูแลต้นทุเรียนนานถึง 4–5 ปีกว่าที่จะให้ผลผลิตมื้อแรก โดยในแต่ละปีต้องแลกด้วยต้นทุนค่าปุ๋ย ค่าบำรุงรักษา ค่าแรงงาน และต้องเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศรวมถึงโรคพืชต่างๆ

ลงมือปฏิบัติจริง: เหล่าลูกเสือได้ลงมือ “ปลูกต้นทุเรียน” ด้วยตนเอง ได้เรียนรู้กระบวนการพรวนดิน การดูแลระบบน้ำ ขั้นตอนทางเทคนิคที่ต้องอาศัยความประณีตและความอดทนสูง ตลอดจนการบำรุงดูแลสวน การใส่ปุ๋ย และการถางป่า

สัมผัสชีวิตในบ้านชาวสวน: นักเรียนได้รับประทานทุเรียน และเข้านอนพักผ่อนที่บ้านของชาวสวน ทำให้ได้เห็นภาพชีวิตจริง 1 วันของเกษตรกร หลังจากออกไปทำงานสวนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เมื่อกลับมานอนพักในเวลากลางคืน เด็กๆ ก็นำไปสู่การสัมผัสความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นของคนทำเกษตรกรรมในพื้นที่ชายแดนใต้

“เบื้องหลังความหอมหวานของราชาผลไม้ คือหยาดเหงื่อ ความอดทน และต้นทุนชีวิตของชาวสวน การให้เด็กๆ ได้มาสัมผัสด้วยตนเอง ทำให้เขาเข้าใจคุณค่าของอาหาร คุณค่าของแรงงาน และเกิดความเคารพในอาชีพเกษตรกรอย่างแท้จริง”

นอกเหนือจากการเรียนรู้ของเยาวชน โครงการนี้ยังยื่นมือเข้าช่วยแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าว ทุเรียนในพื้นที่กำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 5–6 บาท ทางสมาคมสื่อมวลชนฯ และศูนย์พัฒนาอาชีพฯ จึงร่วมกับกลุ่มผู้ใหญ่ใจดี ดำเนินการ “รับซื้อทุเรียนจากชาวบ้านในราคาเป็นธรรม” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร แล้วนำผลผลิตเหล่านั้นมาจัดเป็นกิจกรรมบุฟเฟ่ต์ทุเรียน

นอกจากกิจกรรมค่ายลูกเสือ กิจกรรมบุฟเฟ่ต์ทุเรียนดังกล่าวยังได้เปิดโอกาสให้เด็กกำพร้าในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 100 คน รวมถึงเยาวชนกลุ่มเปราะบางอีกหลายแห่ง ทั้งในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา ได้มาร่วมรับประทานฟรี สร้างความสุข รอยยิ้ม และความซาบซึ้งใจให้กับเยาวชนกลุ่มนี้เป็นอย่างมาก ที่สำคัญ หลังจากนี้ กิจกรรมดีๆ เช่นนี้ก็จะยังคงจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ขณะเดียวกัน การร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาพื้นที่ “แก่งนางรำ” ในระหว่างการจัดค่าย ยังเป็นการยกระดับสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนแห่งใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของ อ.ยะหา ให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

ความสำเร็จของกิจกรรมในครั้งนี้ เกิดจากการบูรณาการร่วมกันของหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม สื่อมวลชน ภาครัฐ และฝ่ายความมั่นคง อาทิ นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.วิชาญ สุขสง ที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) นายปกรณ์ พึ่งเนตร บรรณาธิการบริหารเนชั่นทีวี และบรรณาธิการศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา คุณนลิน สิงหพุทธางกูร ผู้ดำเนินรายการ “ขอเวลานอก / THE UNCUT TALK” และ “ข่าวข้นคนข่าว” นายอภิชาติ โรจน์สราญรมย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำดื่ม ซาร่า จำกัด นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) พ.ต.อ.สายูตี กาเต๊ะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรยะหา (ผกก.สภ.ยะหา) พ.อ.เรวัตร เซ่งเข็ม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 (ผบ.ฉก.ทพ.47) นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ค่ายลูกเสือ เรียนรู้วิถีชาวสวนทุเรียน ณ ลาน “Raw & Wild” คีรีแก่งนางรำ จึงไม่เพียงบรรลุเป้าหมายในการฝึกทักษะเยาวชนเท่านั้น แต่ยังกลายเป็น โมเดลตัวอย่างในการเชื่อมโยง “การศึกษา-วิถีชีวิต-การช่วยเหลือสังคม” ที่สะท้อนให้เห็นว่า พลังแห่งความร่วมมือสามารถแปรเปลี่ยนวิกฤตราคาพืชผลให้กลายเป็นรอยยิ้มของเด็กกำพร้า และสร้างบทเรียนชีวิตที่มีค่าให้กับเยาวชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง