วันที่ 15 ก.ย. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. สั่งการให้ พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ. พ.ต.ท.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ สว.กก.1 บก.ปคบ. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.นพมาศ อายุ 21 ปี และนายชาตรี อายุ 33 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่มีคำสั่งห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า , ร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสียซึ่งของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี และจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมของกลาง ประกอบด้วย พอตเคหัวเสือ 3 หัว บุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง 5 ตัว เคตามีนประมาณ 46.86 กรัม ถุงพลาสติกใส 200 ถุง และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งภายในซอยรามคำแหง 60/2 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า มีผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ “aum” ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า และ “พอตเคหัวเสือ” ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสารเสพติด หรือยาสลบ (เช่น เคตามีน ) ซึ่งกำลังระบาดในกลุ่มวัยรุ่น และนักเที่ยวกลางคืน จึงวางแผนให้สายลับติดต่อขอซื้อพอตเคหัวเสือ จำนวน 3 หัว และบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง 5 ตัว เมื่อถึงเวลานัดหมาย น.ส.นพมาศเดินทางมารับเงินจากสายลับ ก่อนเดินไปรับถุงดำซึ่งบรรจุสินค้าจากนายชาตรีที่ยืนรออยู่บริเวณใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทั้งสองทันที
จากนั้นได้นำตัว น.ส.นพมาศ ไปขยายผลตรวจค้นห้องพัก พบเคตามีนซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ภายในห้อง น้ำหนักรวมประมาณ 46.86 กรัม พร้อมถุงพลาสติกใสสำหรับแบ่งบรรจุจำหน่าย ประมาณ 200 ถุง และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวน น.ส.นพมาศ รับสารภาพว่า ตนรับบุหรี่ไฟฟ้าและพอตเคมาจากนายชาตรีเพื่อนำมาขายต่อ โดยพอตเครับมาราคาหัวละ 1,200 บาท ก่อนนำไปขายต่อหัวละ 1,400 บาท กำไรหัวละ 200 บาท ส่วนเคตามีน รับมาจาก “นายเอ็ม” ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง น้ำหนักประมาณ 50 กรัม ในราคา 12,000 บาท ก่อนนำมาแบ่งใส่ถุงจำหน่าย ถุงละ 1 กรัม ราคาถุงละ 300 บาท ให้กับกลุ่มเพื่อนที่มาเที่ยวปาร์ตี้ โดยหวังจะทำกำไรประมาณ 15,000 บาท แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน
ด้านนายชาตรี ให้การรับสารภาพว่า ตนไปซื้อบุหรี่ไฟฟ้าและพอตเคมาจาก “นายโจ้” ก่อนนำมาส่งต่อให้ น.ส.นพมาศ อีกทอดหนึ่ง ตนได้กำไรเพียงหลักร้อยบาทเท่านั้น จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

