“สุชาติ” ชู จนท.พิทักษ์ป่า เสี่ยงชีวิตอนุรักษ์ทรัพยากรประเทศ สั่งตั้งศูนย์ฟื้นฟู-พักฟื้น พร้อมยกระดับความปลอดภัย​-สนับสนุนสวัสดิการเต็มที่

15

นครนายก, 31 กรกฎาคม -​ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครนายก เนื่องในโอกาสวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลก (World Ranger Day) ประจำปี 2569 พร้อมประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล “พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต” มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ด่านหน้าผู้เสียสละทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม​ พร้อมสั่งตั้งศูนย์ฟื้นฟูดูแลเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ​จากการปฏิบัติหน้าที่​ ขอบคุณความเสียสละผู้พิทักษ์ป่า​พร้อมสนับสนุนสวัสดิการเต็มที่

​งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น โดยมี นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง นำโดยนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัด ทส., นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้, และ นางสาวดาวรุ่ง ใจจริง รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ภาคเอกชน และผู้พิทักษ์ป่าจาก 3 หน่วยงานหลักกว่า 800 นายเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

นายสุชาติ​ กล่าวว่า ปัจจุบัน กระทรวง ทส.มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนป่า ทรัพยากรทางทะเล และแหล่งต้นน้ำทั่วประเทศรวม 22,450 นาย แม้บุคคลเหล่านี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการรักษาระบบนิเวศ แต่การปฏิบัติภารกิจท่ามกลางภัยธรรมชาติและกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมายป่าไม้ก็แฝงไว้ด้วยอันตรายถึงชีวิต โดยในช่วงปีงบประมาณ 2568-2569 ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่รวมถึง 17 ราย จึงได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้คณะผู้บริหารบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่ายและภาคเอกชน เพื่อจัดตั้ง “ศูนย์ฟื้นฟูและพักฟื้นสำหรับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า” ขึ้นโดยเร็วที่สุด เพื่อรองรับการดูแลรักษาพยาบาล การเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ ตลอดจนการดูแลทุนการศึกษาและคุณภาพชีวิตของครอบครัวผู้เสียสละ

​“เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกคนคือหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ การปฏิบัติหน้าที่ของทุกคนไม่ใช่เพียงการรักษาผืนป่า แต่คือการรักษาระบบนิเวศ แหล่งน้ำ และความมั่นคงของคนไทยทั้งชาติ ผมขอให้ความเชื่อมั่นว่า กระทรวงจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และพร้อมยืนหยัดสนับสนุนสวัสดิการทุกด้านอย่างเต็มกำลัง” นายสุชาติกล่าวเน้นย้ำ

​นอกเหนือจากมาตรการด้านสวัสดิการแล้ว นายสุชาติ กล่าวว่า ทส.ได้เร่งนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาเสริมศักยภาพการปฏิบัติงานลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) เพื่อลดความเสี่ยงอันตรายแก่กำลังพล ได้แก่​ การใช้โดรนติดกล้องความละเอียดสูง และโดรนลำเลียงอุปกรณ์ดับไฟป่า​ ระบบกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (NCAPS)  ระบบบริหารจัดการพื้นที่ป่า (IForMS) บูรณาการร่วมกับ GISTDA ติดตามการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าผ่านดาวเทียม​ ระบบฐานข้อมูลอาชญากรรมสัตว์ป่า (iBase) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด

​ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตั้งเป้าหมายที่จะบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสวัสดิการของผู้พิทักษ์ป่าให้อยู่ในระดับสูงสุด อันจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้การปกป้องผืนป่าไทยเป็นไปอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับพระราชปณิธาน​ “พิทักษ์ป่า​ เพื่อรักษาชีวิต” ต่อไป