กรุงเทพฯ, วันที่ 31 ก.ค. – จากกรณีเกิดอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่รัฐกลับไม่สามารถยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมาผู้รับผิดชอบการก่อสร้างได้ เนื่องจากกฎหมายเดิมไม่ได้เปิดช่องไว้ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพฯ เขต 9 พรรคประชาชน เปิดเผยข้อมูลของกฎกระทรวงใหม่ ที่มีรายละเอียดว่า หากผู้รับเหมาทำให้เกิดความเสียหายเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ถือว่ามีลักษณะเป็น ‘การทิ้งงาน’
สาเหตุที่กฎหมายเดิมไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้เนื่องจาก พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 109 หมวด 12 เรื่อง ‘การทิ้งงาน’ ระบุการกระทำอันมีลักษณะเป็นการทิ้งงาน เช่น ไม่ยอมทำสัญญา ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือมีความบกพร่องจนก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐอย่างร้ายแรง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีข้อกำหนดถึงการทำให้ผู้อื่น ‘เสียชีวิต’ จึงไม่สามารถตีความอุบัติเหตุครั้งใหญ่ๆ จากการก่อสร้างว่าเป็น ‘การทิ้งงาน’ ได้ ทำให้แม้ผู้รับเหมาทำคนเสียชีวิตถึงหลักร้อย แต่รัฐก็ไม่สามารถใช้เป็นเหตุยกเลิกสัญญาได้ ทำให้ต้องอ้อมไปหาสาเหตุข้อผิดพลาดอื่นๆ ของผู้รับเหมา เพื่อมายกเลิกสัญญาแทน

“ปัญหาข้อจำกัดทางกฎหมายนี้ ผมเคยออกมาเตือนนายกฯ เมื่อ 6 เดือนก่อนสมัยยุบสภา ช่วงเหตุการณ์คานหล่นทับรถไฟ ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จนมีผู้เสียชีวิต 32 ราย เพราะตอนนั้นถามปุ๊บ นายกฯ ไปสั่งยกเลิกสัญญาปั๊บ โดยยังหาช่องไม่ได้ว่าเอกชนทำผิดสัญญาตรงไหน อาจทำให้รัฐเสียค่าโง่เพราะโดนเอกชนฟ้องกลับได้” ศุภณัฐย้ำถึงผลว่า สุดท้ายก็ไม่มีการยกเลิกสัญญาตามที่นายกฯ สั่ง
สส.กทม.กล่าวว่า ปี 2568 ได้เสนอญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัย การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างอย่างเป็นระบบ และเข้าไปเป็นกรรมาธิการ จากนั้นในส่วนของพรรคประชาชนจึงเรียกร้องให้กรมบัญชีกลางแก้ไขกฎหมายเพื่ออุดช่องโหว่นี้ ล่าสุดกรมบัญชีกลางได้ออกกฎกระทรวงใหม่ และได้เผยแพร่ลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม โดยกำหนด ‘การกระทำอันเป็นลักษณะทิ้งงาน’ ใหม่ โดยเพิ่มเรื่องการทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ชีวิต หรือทรัพย์สินของประชาชน ว่าเป็นลักษณะของการทิ้งงานด้วย
“ถ้ามีผู้รับเหมาทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรง แม้ผู้รับเหมาไม่ได้ทิ้งงานจริงๆ แต่เราจะถือว่า ผู้รับเหมารายนั้นทิ้งงาน และใช้เป็นเหตุยกเลิกสัญญา และแจ้งกรมบัญชีกลางขึ้นแบล็กลิสต์ได้” ศุภณัฐกล่าว พร้อมย้ำว่า กฎกระทรวงนี้ต่างจาก ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ ตรงที่ให้อำนาจรัฐยกเลิกสัญญาที่ทำอยู่ได้ทันที ส่วนสมุดพก ซึ่งเป็นระบบประเมินผลการปฏิบัติงานและตัดคะแนนความประพฤติของผู้รับเหมา จะเปิดช่องให้ยืดหยุ่นกับรัฐในการลงโทษมากขึ้น เช่น กรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากโครงการก่อสร้าง หากรัฐไม่อยากยกเลิกสัญญาเพราะโครงการใกล้แล้วเสร็จ รัฐก็สามารถตัดแต้มแทน เพื่อระงับไม่ให้เข้าประมูลโครงการใหม่ได้ โดยที่ยังปล่อยให้ทำโครงการเดิมต่อไปจนจบ

