SET ปิดร่วง 26.36 จุด หลุด 1,600 วอลุ่มทะลุแสนล้าน

SET ปิดที่ 1,598.11 จุด ลดลง 26.36 จุด (-1.62%) มูลค่าซื้อขาย 112,047.42 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยปรับฐานจากแรงขาย DELTA นำกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มแบงก์ปรับลง ประกอบกับ บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอายุ 30 ปีกดดันสินทรัพย์เสี่ยง หลังประธานเฟดส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยไม่ชัดเจน แต่ตลาดเก็งขึ้นอย่างน้อย 1 ครั้ง ขณะที่สงครามกลับมาขยายวงกว้างดันต้นทุนเพิ่ม ให้แนวรับสำคัญ 1,580 จุด แนวต้าน 1,600-1,610 จุด
นายณรงค์เดช จันทรไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไอร่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ดิ่งลงอย่างหนัก ปัจจัยหลักจากแรงเทขายหุ้น DELTA นำกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์กดดัชนีลงไปมาก ตลาดกังวลการลงทุน AI (Capex) ทำให้หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องและ Semiconductor ลงไปแรง โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกาหลีที่นักลงทุนใช้ Leverage สูงเกินไป
ขณะที่บ้านเราหุ้น DELTA, HANA, KCE ลงไปมาก และกลุ่มแบงก์รับแรงขายทำกำไรหลังขึ้นมาระดับหนึ่ง ส่งผลให้ภาพรวมเป็นการปรับฐานใหญ่ ประเมินว่าตลาดน่าจะรอดูงบไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ส่วนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้แย่กว่าคาด เพราะมีมติคงดอกเบี้ย แต่สิ่งที่กดดันคือประธานเฟดแสดงท่าทีไม่ชัดเจน
ขณะที่ Fed Watch Tool คาดเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) อายุ 30 ปีขึ้่นมามากว่าอายุ 10 ปี และ 2 ปี ส่งผลกดดันสินทรัพย์เสี่ยงด้านสงครามตะวันออกกลางยังกลับมาเป็นปัจจัยลบ แต่มองว่าเรื่องนี้ตลาดรับรู้มามากแล้ว เป็นเพียง Noise ที่เข้ามาเพิ่ม และเป็น New Normal ที่ราคาพลังงานปรับขึ้นไป ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น มาตรการทางการเงินตึงตัว Capex เร่งลงทุนต้นทุนสูงตามมา เป็นปัจจัยทำให้ upside จำกัด
แนวโน้มวันพรุ่งนี้ตลาดมีโอกาสปรับลงมากกว่า แต่อาจมีเทคนิคเคิลรีบาวด์ และยังต้องติดตามทิศทางตลาดหุ้นเกาหลีใต้พร้อมให้แนวรับสำคัญ 1,580 จุด แนวต้าน 1,600-1,610 จุด
สิริวรรณ ลีลาประกอบชัย เรียบเรียง / ภาพ

