หลังเกิดเหตุโจรใต้ 6 คน ซิ่งกระบะควงอาวุธปืนสงคราม ระเบิด กราดยิงใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามิ ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุ อาสาสมัครทหารพรานตาย 4 นาย ทหารยศจ่าสิบเอกตาย 1 นาย พลเรือนถูกยิงบาดเจ็บสาหัส 2 คน

ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนที่ยืดเยื้อมากว่า 20 ปี กลับมาอยู่ในกระแสความสนใจของของประชาชนอีกคำรบหนึ่ง เพราะเป็นปฏิบัติการที่อุกอาจสังหารโหดทหารที่ตั้งจุดตรวจเขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส ไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้แม้แต่คนเดียวทั้งที่รอบๆจุดเกิดเหตุมีด่านตรวจ แถมเส้นทางที่คนร้ายรถขับรถหลบหนีแล้วนำรถไปเผาที่ อ.ศรีสาคร เพื่ออำพรางคดี กว่าจะถึงจุดเผาผ่านด่านตรวจมีมาตรฐานสูงอย่างน้อย 2-3 ด่าน
ยิ่งดูแผนประทุษกรรมแล้วอนุมานได้ว่าโจรกลุ่มนี้ต้องใช้เวลาเตรียมการหลายวัน แต่การข่าวของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) สันติบาล ทหาร มหาดไทย หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ และสมช. กลับไร้เบาะแสถึงขั้นบอดสนิท ทำให้คนในพื้นที่อดสงสัยไม่ได้ว่าฝีมือโจรใต้แบ่งแยกดินแดนจริงหรือจ้างพวกโจรมาก่อเหตุ เพื่อผลประโยชน์จากงบประมาณและธุรกิจใต้ดิน
จากภาพรวมทั้งหมดทำให้คำว่า”เลี้ยงไข้”ที่ฝังอยู่ในความรู้สึกของชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา และของ”จอมมารน้อย”ในฐานะคนพื้นที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกคำรบหนึ่ง เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง มีข้อมูลที่เป็นตัวเลขและพฤติกรรมของผู้มีอำนาจที่มีอำนาจเต็ม แต่บริหารล้มเหลวหรือแกล้งล้มเหลวเพื่อผลประโยชน์สุดจะคาดเดา แต่ไม่ใช่ความรู้สึกที่มะโนหรือจินตนาการขึ้นมาอย่างแน่นอน
หากย้อนอดีตนับแต่เกิดเหตุปล้นปืนค่ายทหาร อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เหตุความไม่สงบเกิดขึ้นเรื่อยมา กระทั่งเผด็จทหาร นำ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ยึดอำนาจรัฐบาลนายทักษิณ ปี 2549 มีเงื่อนไขความไม่สงบใน 3 จังหวัดฯรวมอยู่ด้วย
จากนั้นดันพล.อ.สรุยุทธ์ จุลานนท์ อดีตผบ.ทบ. เป็นนายกรัฐมนตรี วันที่ 1 ตุลาคม 2549 -29 มกราคม 2551 งบประมาณดับใต้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ ปี2549 จำนวน 14,208 ล้านบาท ปี 2550 จำนวน 17,527 ล้านบาท และปี 2551 จำนวน 22,898 ล้านบาท
แต่สถานการณ์ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องทั้งที่พล.อ.สนธิ และพล.อ.สุรยุทธ์ ต่างนั่งตำแหน่งผบ.ทบ.มาก่อน พอสะท้อนได้ว่าเงื่อนไขรัฐประหารเป็นแค่ข้ออ้าง ไฟใต้ยังคุโชนเหมือนเดิมแถมงบประมาณพุ่งจาก 1.4 หมื่นล้านบาทเป็น 2.2 หมื่นล้าน
มาถึงยุคพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ป่วนใต้เป็นเงื่อนไขหนึ่ง หลังยึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงกลาโหม และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
รัฐบาลประยุทธ์ 1 ครองอำนาจตั้งแต่ 30 สิงหาคม 2557 -10 กรกฎาคม 2562 เป็นเวลากว่า 5 ปี มีอำนาจเต็มมือไร้การตรวจสอบ เพราะสมาชิกสภามาจากการลากตั้ง แถมมีมาตรา 44 เป็นเครื่องมือสำคัญ
จัดว่าเป็นช่วงเวลาทองที่จะแก้ปัญหาไฟใต้ให้มอดดับได้อย่างถาวร เพราะมีความพร้อมทุกด้าน คุมกลไกอำนาจแบบเบ็ดเสร็จทั้งทหาร และปกครอง แถม พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.อุดมเดช เป็นอดีตผบ.ทบ.ย่อมต้องรู้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดฯเป็นอย่างดี เพราะนับแต่เกิดเหตุตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา กฎอัยการศึกและพรก.ฉุกเฉิน กลไกสำคัญของกองทัพและรัฐบาล แถมยุคนั้นกระทรวงกลาโหม ผลักดันแผนยุทธศาสตร์ ต่างๆออกมาเพื่อบริหารจัดแก้ไขปัญหาจำนวนไม่น้อย
ซึ่งตัวเลขงบประมาณถูกจัดสรรเพื่อรองรับการการแก้ปัญหาพุ่งกระฉูด ปี2555 จำนวน 16,487 ล้านบาท ปี 2556 ขยับเป็น 21,124 ล้านบาท ปี 2557 ขยับเป็น 24,152 ล้านบาท ปี 2558 ขยับเป็น 25,686 ล้านบาท ปี 2559 ขยับเป็น 30,512 ล้านบาท ปี 2560 ลดลงมาอยู่ที่ 12,510 ล้านบาท ปี 2561 ขยับมาที่ 13,255 ล้านบาท และปี 2562 ลดลงมาที่ 11,924 ล้าน รวมตัวเลขช่วงเวลารัฐบาลประยุทธ์ ปี 2557-2562 เป็นงบฯกลมถึง 118,039 ล้านบาท
ต่อมายุครัฐบาลประยุทธ์ 2 ระหว่าง 10 กรกฎาคม 2562- 1 กันยายน 2566 เป็นรัฐบาลเผด็จในคราบพลเรือน พล.อ.ประยุทธ์ ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ คุมกระทรวงมหาดไทยเหมือนเดิม งบฯปี 2563 จำนวน 10,641 ล้านบาท ปี 2564 จำนวน 9,563 ล้านบาท ปี 2565 จำนวน 6,912 ล้านบาท ปี 2566 จำนวน 6,208 ล้านบาท
จากตัวเลขงบประมาณบวกอำนาจที่อยู่ในมือรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ไฟใต้ต้องมอดดับแบบถาวรแล้วแต่ยังคุโชนเหมือน ทั้งสองช่วงรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ มีข่าวการทุจริตและใช้งบประมาณไม่คุ้มค่าและไม่โปร่งใสปรากฏออกมาเป็นระยะ รวมถึงพฤติกรรมการใช้งบประมาณของหน่วยอื่นๆเทุกกระทรวงล้วนมีกลิ่นไม่โปร่งใสทั้งสิ้น
แม้แต่ศูนย์อำนวยการบริหารการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)มีภาระหลักดับไฟใต้ งบประมาณเพียบ แต่ตำแหน่งเลขาธิการศอ.บต.กลายเป็นสมบัติพลัดกันชมของเด็กในคาถาของรัฐบาลแต่ยุค
ยิ่งพฤติกรรมของนักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น ไม่น่าไว้วางใจว่าต้องการให้ไฟใต้สงบจริง เหตุยิงทหาร 5 ศพ นักการเมืองทั้งรุ่นลายครามและรุ่นใหม่บอกได้เพียงว่าต้องเจรจาเป็นที่ท่องจำกันมากว่า 20 ปีแล้ว
ดังนั้นจากข้อมูลที่ยกมาพอที่จะบ่งบอกได้ว่า คำว่า”เลี้ยงไข้”ที่เป็นความรู้สึกฝังลึกอยู่ในใจของคนใน 3 จังหวัดชายแดนมากว่า 20 ปี ไม่ใช้การจินตนาการหรือมะโนแต่อย่างใด !!!


