เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 เวลา (13.00 น.)ที่ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายอนุทินชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จะเดินทางมาเป็นประธานฯครั้งที่ 7 /2569 โดยมีวาระดังนี้

วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ,วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุม ก.ตร.ครั้งที่ 6/2569,วาระที่ 3 เรื่องที่เสนอเพื่อทราบ (เรื่องที่ 1)รายงานการดำเนินการของ อ.ก.ตร.วินัย ที่ ก.ตร.มอบหมายให้ทำการแทน(เรื่องที่ 2.)ขอสำเนารายงานการประชุม ก.ตร.
สำหรับวาระสำคัญคือวาระที่ 4 เรื่องที่เสนอเพื่อพิจารณา(เรื่องที่.1)การดำเนินการตามคำวินิจฉัย ก.พ.ค.ตร. กรณี พล.พิทักษ์ อุทัยอุทัยรรม(เรื่องที่ 2.)ร่างกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ…..
เรื่องถูกจับตานั้นคือ“(เรื่องที่ 3. )การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.” ส่วนวาระที่ 4 เรื่องอื่น ๆ
สำหรับ ประชุมวาระการ แต่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) คนที่ 16 แทน พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ที่จะเกษียณราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้ นั้น พ.ร.บ.ตำรวจปี 2565 ระบุใว้ว่า การแต่งตั้งผู้บัญชาการสำนักงานแห่งชาติ จะต้องแล้วเสร็จภายใน 30 กรกฎาคม กรณีที่ในปีนั้น ผบ.ตร.เกษียณราชการ

สำหรับคณะกรรมการ ฯทั้งหมดที่เข้าประชุมมีรายชื่อดังนี้ คณะกรมการฯ ก.ตร.โดยตำแหน่ง ชุดปัจจุบันประกอบด้วย นายอนุทิน ชาญวีระกุลประธานฯพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร,(เกษียณ 30 ก.ย.) พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ (เกษียณ 30 ก.ย.),พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง (เกษียณ 30 ก.ย.) ,พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.(อวุโสฯ1 แคนดิเดต คนที่ 1.)/พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผย.ตร.(อวุโสฯ 2 แคนดิเดต คนที่ 2.),/พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (อวุโสอันดับที่ 3 แคนดิเดต คนที่ 3.),/พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประสิทธิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (อวุโสอันดับที่ 4 แคนดิเดต คนที่ 4),/นายปิยวัฒน์ ศิริรักษ์ เลขาธิการ ก.พ./และน.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร.
ส่วนคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พล.ต.อ.วินัย ทองสอง พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ดีต รอง ผบ.ตร.,พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม อดีต รอง ผบ.ตร. ,นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย,นายประทิต สันติประภพ อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
และ นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อดีตอธิบดีกรมคุมประพฤติ
โดยในการประชุมในวันดังกล่าว แคนเดท 4 นาย ประกอบด้วย พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร.(อาวุโส 1 แคนดิเดต คนที่ 1) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผย.ตร.(อาวุโส 2 แคนดิเดต คนที่ 2.)/พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (อาวุโสอันดับที่ 3 แคนดิเดต คนที่ 3.),/พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประสิทธิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (อาวุโสอันดับที่ 4 แคนดิเดต คนที่ 4), จะต้องออกจากห้องประชุมทันที โดยไม่มีสิทธิ์โหวตเลือก

คณะกรรมที่เหลืออยู่ในห้องประชุมก็มีเพียง คณะกรรมการ 11 คน ประธาน 1 คนรวม 12 คน โดยปกติประธานฯผู้เสนอชื่อจะไม่ใช้สิทธิ์ โหวตเลือก ถ้ามติเป็นเอกฉันท์ ยกเว้นคณะกรรมมีมติเห็นชื่อตามที่ประธานเสนอมีเสียงเท่ากัน กับคณะกรรมการที่มีมติไม่เห็นชอบ ประธานฯต้องใช้สิทธิ์โหวตเป็นเด็ดขาดเพื่อให้ได้ข้อยุติ
โดยในการประชุมโหวตแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวันนี้นั้น ประธานเสนอ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็น ผบ.ตร.คนที่ 16 ด้วยเหตุผลว่ามีความรู้ความสามารถครบทุกด้าน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และมีคุณสมบัติเหมาะกับสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมในยุคปัจุบัน คณะกรรมการจึงมีมติเห็นชอบเอกฉันท์คณะกรรมการจึงลงลายมือชื่อรับรองมติการประชุม
สำหรับประวัติและผลงานของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เกิดที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2516 จบการศึกษาระดับมัธยม จาก รร.พรหมนุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี จบจาก โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 34, โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 50, สำเร็จปริญญาโทและปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และกำลังศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ตลอดเส้นทางรับราชการกว่า 28 ปี เติบโตจากงานสายสืบสวนและสายตรวจ ผ่านตำแหน่งสำคัญ อาทิ รอง สว.สน.พระโขนง, สวป.สน.บางนา, ผกก.สน.ดอนเมือง, รอง ผบก.สปพ., ผบก.สปพ., รอง ผบช.น., ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.), ผู้ช่วย ผบ.ตร. และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น รอง ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ด้านการพัฒนาความรู้ ได้ผ่านหลักสูตรสำคัญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การบริหารงานตำรวจชั้นสูง (บตส.), VIP Protection, FBI Active Shooter Response, SIG SAUER Academy, ILEA รวมถึงหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงหลายสถาบัน เช่น วตท., วพน., บยส., นธป. และ Executive CISO

ผลงานที่โดดเด่นครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ การยกระดับการบริหารหน่วยงาน โดยทำให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลผ่านการประเมิน ITA ระดับ “ผ่านดีเยี่ยม” เพียงหน่วยเดียวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น รวมทั้งผลักดันการจัดหาเสื้อเกราะกันกระสุน อุปกรณ์ยุทธวิธี โดรน กล้องตรวจการณ์ และอุปกรณ์สืบสวน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของตำรวจ
ด้านการปราบปรามอาชญากรรม มีบทบาทในการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่หลายคดี ยึดยาบ้าหลายล้านเม็ด ไอซ์ เฮโรอีน และอายัดทรัพย์สินเครือข่ายค้ายาได้รวมมูลค่ากว่าพันล้านบาท รวมถึงคดีข้ามชาติ เช่น การจับกุมสมาชิกแก๊งยากูซ่า การปราบปรามขบวนการปลอมเอกสาร และการขยายผลคดีลักลอบลำเลียงยาเสพติดระหว่างประเทศ

ในด้านความมั่นคง ได้รับมอบหมายเป็นหัวหน้าคณะทำงานตรวจสอบและเร่งรัดคดีความมั่นคงหลายคดี รวมถึงการบัญชาการปฏิบัติการสำคัญ อาทิ เหตุกราดยิงเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา การคลี่คลายเหตุผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนในหลายพื้นที่ การควบคุมสถานการณ์การชุมนุมในพื้นที่ดินแดง ตลอดจนการปราบปรามเครือข่ายทุจริตทะเบียนราษฎร นอมินีต่างด้าว และขบวนการสวมสิทธิทางทะเบียน ด้านการพัฒนาศักยภาพตำรวจ ยังเป็นผู้ริเริ่มหลักสูตร Combat Handgun ให้ตำรวจสายป้องกันปราบปรามในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลกว่า 5,000 นาย ได้ฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริง เพื่อเพิ่มทักษะและความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่
ตลอดการรับราชการ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หลายชั้น รวมทั้งได้รับรางวัลและประกาศเกียรติคุณจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง อาทิ ข้าราชการพลเรือนดีเด่น รางวัลด้านการปราบปรามยาเสพติด การสนับสนุนงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การบริหารจัดการ และรางวัลด้านการพัฒนาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศในปี 2569

