หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมแม่ขอความเป็นธรรม หลังผ่าคลอดลูกเสียชีวิตปริศนา ทั้งที่ฝากครรภ์ปกติตลอด

แม่ขอความเป็นธรรม หลังผ่าคลอดลูกเสียชีวิตปริศนา ทั้งที่ฝากครรภ์ปกติตลอด

พ่อแม่ของทารกแรกเกิดที่เสียชีวิตหลังการผ่าคลอด เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่สำนักงานกฎหมายธนกฤต ลอว์เฟิร์ม ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร หลังติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของลูก เนื่องจากระหว่างการฝากครรภ์กับโรงพยาบาลภูมิพลตลอดการตั้งครรภ์ แพทย์ยืนยันว่าทารกมีสุขภาพแข็งแรง ไม่พบความผิดปกติ กระทั่งเข้ารับการผ่าคลอดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยหลังคลอดแพทย์แจ้งว่าทารกปลอดภัยและนำตัวไปดูแลที่ห้องเด็กแรกเกิด แต่ก่อนถึงเวลาเข้าเยี่ยม กลับได้รับแจ้งว่าทารกหยุดหายใจและเสียชีวิต

เบื้องต้น ทางครอบครัวระบุว่า ได้สอบถามสาเหตุการเสียชีวิตจากโรงพยาบาลหลายครั้ง แต่ได้รับคำชี้แจงเพียงว่า “ไม่ทราบสาเหตุ” แม้จะมีการนัดพูดคุยถึง 2 ครั้งก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จึงตัดสินใจนำร่างทารกส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจด้วยตนเอง ก่อนทราบผลเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 และตัดสินใจเข้าร้องขอความเป็นธรรม พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส หลังเห็นว่าแนวทางที่โรงพยาบาลดำเนินการมีเพียงการยกเว้นค่าใช้จ่ายในการรักษา และแนะนำให้ยื่นขอรับเงินเยียวยาตามมาตรา 41 เท่านั้น

ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมระบุว่า ในทางกฎหมาย เมื่อทารกคลอดออกมาและมีชีวิต ย่อมถือว่าสภาพบุคคลเกิดขึ้นแล้ว โดยจากการสอบถามมารดา ทารกได้ส่งเสียงร้องถึง 3 ครั้งก่อนเสียชีวิต จึงจำเป็นต้องค้นหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง

เนื่องจากโรงพยาบาลต้นทางระบุในใบรับรองการตายว่า “ไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต” ครอบครัวจึงตัดสินใจนำร่างส่งชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ และได้เชิญ นพ.วีระศักดิ์ จริยาจรัสตระกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มาร่วมอธิบายและตีความผลการชันสูตร เพื่อให้ครอบครัวได้รับข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

นอกจากนี้ ยังจะประสานกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ส่งคณะทำงานกลางเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงตรวจสอบเวชระเบียนฉบับจริงของผู้ป่วย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะเดียวกัน ครอบครัวยังสามารถยื่นขอรับการเยียวยาเบื้องต้นตามมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขได้ เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลของรัฐ

นพ.วีระศักดิ์ จริยาจรัสตระกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ เปิดเผยว่า ผลการชันสูตรจากโรงพยาบาลตำรวจ ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของทารกเกิดจากระบบการหายใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลวหลังคลอด เนื่องจากภาวะความดันในหลอดเลือดปอดของทารกสูงผิดปกติ

ผลตรวจทางพยาธิวิทยาพบว่า หลอดเลือดแดงขนาดเล็กภายในปอดมีผนังชั้นในหนาตัวผิดปกติ และมีการเจริญเติบโตของเซลล์หลายชั้น ซึ่งเป็นพยาธิสภาพที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ภายในเวลาเพียง 5–6 ชั่วโมงหลังคลอด แต่ต้องเกิดขึ้นสะสมมาตั้งแต่ช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา

อย่างไรก็ตาม นพ.วีระศักดิ์ ยืนยันว่า โรคดังกล่าวเกิดจากความผิดปกติของตัวทารกเอง ไม่ได้เกิดจากการกระทำของบุคคลใด แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบ คือ ในระหว่างการฝากครรภ์และก่อนคลอด แพทย์ผู้ดูแลสามารถตรวจพบสัญญาณความผิดปกติได้หรือไม่ หากตรวจพบ ได้มีการรักษา วางแผนดูแล หรือแจ้งให้มารดาทราบหรือไม่ และหากตรวจไม่พบ เป็นเพราะข้อจำกัดของโรค หรือเกิดจากความไม่รอบคอบในการวินิจฉัย ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบจากเวชระเบียนและข้อมูลการรักษาโดยละเอียด

ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า ได้สอบถามโรงพยาบาลถึงสาเหตุการเสียชีวิตหลายครั้ง แต่ได้รับคำตอบเพียงว่า “ไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต” ทำให้ครอบครัวเกิดความคาใจ และตัดสินใจนำร่างลูกส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ เพราะเชื่อว่าหากไม่ทำเช่นนั้น ก็คงไม่มีวันทราบสาเหตุที่แท้จริง จึงเข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม และต้องการคำตอบที่ชัดเจนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกของตน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img