รองผู้ว่าฯ ทวิดา เร่งปรับเช็กลิสต์คุมร้านอาหารกึ่งผับให้เสร็จในพฤหัสนี้ ลุยสุ่มตรวจแบบไร้ขบวน เล็งใช้ยาแรง กม.สาธารณภัย-สาธารณสุข สั่งปิดร้านเสี่ยง
วันนี้ (14 ก.ค.69) รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงผลการตรวจโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าในการตรวจครั้งดังกล่าวไม่พบความผิดปกติ ซึ่งมีหลักฐานเป็นรูปถ่าย บอกรายละเอียดป้ายทางออกและลูกศร มีแม้กระทั่งการซ้อมปิดไฟทำให้มืดทั้งร้านและดูว่าไฟนำทางเรืองแสงหรือไม่ ซึ่งในการตรวจ จะเป็นการตรวจตามเช็กลิสต์และให้ถ่ายรูปกำกับ นอกจากยังมีการตรวจเพิ่มเติมป้ายทางออกอยู่จุดไหนของร้าน ส่องสว่างหรือไม่ ไฟฉุกเฉิน ก็ต้องติดให้เห็นชัดเจน
การตรวจครั้งหนึ่งต้องยอมรับว่าเดินเข้าไป ร้าน ก็รู้แล้วว่าจะมาตรวจ เพราะการลงพื้นที่ประกอบไปด้วยหน่วยงานหลายฝ่าย ทั้งดับเพลิง อนามัย และโยธา เรา จะไปตรวจเป็นทีม ดังนั้นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงให้มาตรการ “สุ่มตรวจ” คือการตรวจแบบไม่เป็นขบวน ซึ่งตนเองและนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะร่วมกันปรับเช็กลิสต์สถานประกอบการให้เสร็จภายในวันพฤหัสบดีนี้ (16 ก.ค.69)
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาจะเป็นการตรวจตามเงื่อนไขว่าร้านดังกล่าว เป็นสถานบริการหรือเป็นสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ เป็นการตรวจตามการขอใบอนุญาต แต่จากนี้ไป กทม. จะตรวจแบบกิจกรรม เช่น เป็นสถานประกอบการร้านขายอาหารก็จริง แต่ในร้านมีการเก็บของสดก็จะเอามาตรฐานการตรวจอาหารเข้ามาตรวจเพิ่มเติมด้วย หรือกรณีสถานบริการในพื้นที่โซนนิ่ง จะมีการตรวจตามเช็กลิสต์ 18 ข้อ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายกำหนด หากพบว่ามีความเสี่ยงก็จะสั่งหยุดหรือสั่งปิดจนกว่าจะมีการแก้ไข ซึ่งจะมีการใช้แบบตรวจเดียวกันนี้ในการตรวจสถานประกอบการในอนาคต
รศ.ดร.ทวิดา ระบุว่าต้องลองทดสอบดู อย่างน้อยเรา ใช้มาตรฐานสูงสุดในการตรวจ อำนาจบางอย่างอาจได้แค่ตักเตือนให้มีการปรับปรุงภายใน 15 วัน หรือ 30 วัน ยอมรับว่าสิ่งที่สนใจอิงจาก พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 จะมีบางข้อที่ให้อำนาจในการสั่งปิดจากความเสี่ยงสาธารณสุขและสาธารณภัย เช่น กรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้บ่อย ๆ ผู้ประกอบการ ก็ควรจะทำตามมาตรฐานของกรุงเทพมหานคร แม้จะเป็นเพียงแค่คำแนะนำ ไม่เช่นนั้นสถานประกอบการที่คล้ายกับสถานบริการ จะมีมาตรฐานความปลอดภัยไม่เท่ากับสถานบริการ ทั้งที่มีการดำเนินกิจกรรมเหมือนกัน
“เรื่องนี้กระทรวงมหาดไทย อาจจะเอื้อมลงมา และเรา นำข้อมูลใส่เข้าไปด้วย อาจจะเร็ว กทม. อาจจะออกข้อบัญญัติ ซึ่งจะบังคับใช้ได้เร็วกว่าการออกกฎหมาย ขอไปดูในรายละเอียดก่อน” รศ.ดร.ทวิดา กล่าว

