ชลบุรี, 29 สิงหาคม 2569 – นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดโครงการสัมมนา “นโยบายการบริหารสู่การปฏิบัติงาน เพื่อสนับสนุนบทบาทภารกิจของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร” ณ โรงแรมวินด์แฮม จอมเทียน พัทยา ว่าการสัมมนาเป็นโอกาสให้ฝ่ายการเมืองและฝ่ายประจำ ตั้งแต่ระดับเลขาธิการ รองเลขาธิการ ไปจนถึงผู้อำนวยการ และผู้บริหารกลุ่มงาน ซึ่งร่วมงานกันมา 5-6 เดือน ได้พูดคุยและปรับวิธีคิด ทัศนคติ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจของสภาฯ พร้อมฝากข้อคิดว่า “เข้าเมืองไหน อย่าเป็นช้างชูงวง” ต้องรู้จักวางตัวและถ่อมตน เปรียบเสมือน “รวงข้าวที่ก้ม” นำความรู้ ความสามารถมาสร้างประโยชน์ให้กับองค์กร ไม่ยกตนเหนือผู้อื่น

ประธานรัฐสภา ยังยกพุทธประวัติของพระพุทธเจ้ากับปัญจวัคคีย์ และชฎิล 3 พี่น้อง เปรียบเทียบเรื่องการสร้างทีมงานภายในองค์กร โดยย้ำว่า การขับเคลื่อนงานให้สำเร็จต้องมี “พวก” และอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ไม่สามารถพึ่งพาคนเพียงคนเดียว แต่ต้องมีทีมที่พร้อมเดินไปด้วยกัน นอกจากนี้ยังเน้นหลัก อิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ ความรักและความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ดีให้กับองค์กร, วิริยะ ความเพียรไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค, จิตตะ การมีสมาธิจดจ่อกับหน้าที่ และวิมังสา การไตร่ตรอง ทบทวน และพัฒนาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาองค์กร โดยเปรียบองค์กรเป็นครอบครัวที่ต้องดูแล เกื้อกูล และร่วมกันแก้ปัญหา
นายโสภณ กล่าวว่า ไม่ชอบการการทำงานที่เน้นพิธีการ แต่ต้อง “คิดและแก้ปัญหา” ให้กิจกรรมเกิดผลจริง ไม่ใช่สร้างภาพ พร้อมหวังว่าการสัมมนา 2 วันจะช่วยเพิ่มทั้งความรู้ ทักษะการอยู่ร่วมกัน และแนวคิดใหม่ในการทำงาน โดยย้ำว่าการสร้างองค์กรให้เข้มแข็งต้องเริ่มจากความร่วมมือ ความเข้าใจ และการให้กำลังใจกัน

จากนั้น ดร.ฉัชร์ภิมุข อภินันท์โชติสกุล ผู้อำนวยการกลยุทธ์การศึกษาและพัฒนาธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ บรรยายเรื่อง “หลักการบริหารสู่ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม” เสนอปรับโครงสร้างราชการขนาดใหญ่ให้เป็นหน่วยงานย่อยที่คล่องตัว ลดการผูกขาด เปิดการแข่งขันผ่านระบบจ้างเหมาและประมูล ควบคุมค่าใช้จ่าย ลดความสูญเปล่า ภายใต้แนวคิด “ทำงานมากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรน้อยลง” รวมถึงผลักดันโครงสร้างองค์กรแบบพหุฟังก์ชั่นที่มีความยืดหยุ่นสูงสู่การปฏิบัติจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวขององค์กร
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ “การสร้างสัมพันธภาพของบุคลากรในองค์กร” โดย ดร.สิริวัชร์ มะโนวัฒนา และคณะ ซึ่งบรรยากาศกิจกรรมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และอบอุ่น ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร การสร้างความเข้าใจระหว่างกัน และการทำงานร่วมกับบุคคลที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีภายในองค์กร




