วธ. เปิดพื้นที่เรียนรู้ “ธรรมะวัยใส” เสริมภูมิคุ้มกันเด็กยุค AI สร้างสติ ทักษะชีวิต เสริมสร้างคุณธรรม

3

กรุงเทพฯ, วันที่ 11 ก.ค. – นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า กรมศาสนาเดินหน้าส่งเสริมคุณธรรมเด็กและเยาวชน จัดกิจกรรม “ธรรมะวัยใส” ภายใต้โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมเพื่อคนทั้งมวล ที่มูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร มุ่งพัฒนาเด็กอายุระหว่าง 8-12 ปี (Pre-Teen) ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ควบคู่การฝึกสติ สมาธิ และจิตภาวนา พร้อมเสริมองค์ความรู้ให้ผู้ปกครอง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจและปลูกฝังคุณธรรมตั้งแต่ระดับครอบครัว โดยช่วงวัยดังกล่าวเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้และมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม ให้เติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา

นายชัยพลกล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กและเยาวชนบนพื้นฐานความเข้าใจธรรมชาติของช่วงวัย ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการ โดยนำหลักธรรมทางศาสนามาประยุกต์ใช้ในการฝึกสติ สมาธิ และจิตภาวนา เพื่อให้เด็กสามารถรู้เท่าทันอารมณ์และความคิดของตนเอง มีสติในการดำเนินชีวิต ควบคุมตนเองได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจและภูมิคุ้มกันทางปัญญา ให้มีความเชื่อมั่นในตนเอง เห็นคุณค่าของชีวิต และเติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณธรรม จริยธรรม และเป็นกำลังสำคัญของประเทศ โดยการเรียนรู้ภายในกิจกรรมเน้นรูปแบบที่สนุกและเหมาะสมกับวัย ผ่านกิจกรรมสันทนาการ เกมฝึกสติ การฝึกสมาธิอานาปานสติ การสื่อสารเชิงบวก และการปลูกฝังคุณธรรมสำคัญ 5 ประการ เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

สำหรับกิจกรรม “ธรรมะวัยใส” จัดขึ้น 2 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 11 และวันที่ 18 กรกฎาคม โดยเปิดพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กและผู้ปกครอง ผ่านกิจกรรมอบรมสำหรับผู้ปกครองยุค AI กิจกรรม Journey to the Mind Meditation การฝึกสมาธิเบื้องต้น กิจกรรม “ไขความลับพลังบวก” ทั้ง 5 ด่าน คือ “ด่านที่ 1 เข้าใจเหตุสุข ทุกข์ และมุมมอง” “ด่านที่ 2 บุญ บาป พลังแห่งคำพูด ความรัก เมตตา พลังความกล้าหาญ และการเห็นคุณค่าของผู้อื่น” “ด่านที่ 3 สมาธิ อะไรก็เป็นไปได้ ถ้ามีความสงบสุขภายในใจ” “ด่านที่ 4 ผลแห่งกรรมดีและไม่ดีพลังบุญหนุนชีวิต” “ด่านที่ 5 Empathy ผ่านกิจกรรมปลาวาฬ 52 Hz/3 คำที่ควรจดจำ” ซึ่งสอดแทรกหลักธรรมและการพัฒนาทักษะชีวิต ตลอดจนกิจกรรมฝึกสมาธิแผ่เมตตา และกิจกรรมพลังแห่งการกอด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัว

นอกจากนี้ กรมการศาสนายังร่วมมือกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร คณะสงฆ์ และภาคีเครือข่าย รวมถึงมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้งบุดด้า เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชน ทั้งความเครียด ภาวะซึมเศร้า การกลั่นแกล้ง การติดเกม และแรงกดดันจากสังคม โดยมีนางสาวธนันรดา ธนานาถ (ครูพี่แอม) และทันตแพทย์หญิงศิริกุล เวษฎาพันธุ์ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมที่บูรณาการหลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับการพัฒนาทักษะชีวิต พร้อมจัดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้แก่ผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลานในยุค AI ประกอบด้วยกิจกรรม “ธรรมะฟันน้ำนม” และ “ธรรมะสัญจรสู่สถานศึกษา” ระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ คิดอย่างมีเหตุผล บริหารจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างสันติ

อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กรมการศาสนาคาดหวังให้กิจกรรม “ธรรมะวัยใส” เป็นจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งสติ คุณธรรม และความรักความเข้าใจในครอบครัว ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรม มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป