กรุงเทพฯ, วันที่ 8 กรกฎาคม – ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปลัด ทส.) เป็นประธานในพิธีเปิด Climate Action Leaders Forum (CAL Forum) รุ่นที่ 5 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษด้านการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย โดยมีผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และองค์กรอิสระ เข้าร่วม ที่สโมสรราชพฤกษ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานครโดยระบุว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นวาระสำคัญของประชาคมโลกที่ทุกประเทศต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง เนื่องจากผลกระทบไม่ได้จำกัดเฉพาะมิติด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

ประเทศไทยตระหนักถึงทั้งความท้าทายและโอกาสจากการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว โดยรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เร่งขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ ทั้งการผลักดันเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเสริมสร้างศักยภาพในการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการวางรากฐานด้านกฎหมายและกลไกทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อรองรับการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว
ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า หนึ่งในกลไกสำคัญคือ การผลักดันร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นกรอบกฎหมายหลักในการกำหนดเป้าหมายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจก พัฒนาระบบการติดตามและรายงานผลที่มีความโปร่งใส ส่งเสริมการใช้กลไกราคาคาร์บอนและตลาดคาร์บอนเครดิต รวมถึงสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมสำหรับทุกภาคส่วน

การบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้นำจากภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ และองค์กรต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุน นวัตกรรม เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียวที่มีศักยภาพในการแข่งขันในเวทีโลก
ทั้งนี้ ปลัด ทส.ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมโครงการ Climate Action Leaders Forum รุ่นที่ 5 และวิทยากรกิตติมศักดิ์ทุกท่าน ที่ร่วมเป็นพลังสำคัญในการสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ วิสัยทัศน์ และประสบการณ์ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า เวทีแห่งนี้จะช่วยเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง และร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำที่มีความสามารถในการแข่งขัน มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเติบโตอย่างยั่งยืน

