เลขาธิการฯป.ป.ส.ชื่นชม รพ.เกาะสมุยต้นแบบบำบัดยาเสพติด ชี้ผู้ป่วยลดต่อเนื่อง เฝ้าระวังการลักลอบผสมเฮโรอีนในยาเสพติดชนิดอื่น

5

เลขาธิการ ป.ป.ส. ชื่นชมโรงพยาบาลเกาะสมุยเป็นต้นแบบการบำบัดผู้ติดยาเสพติด หลังสถิติผู้เข้ารับการรักษาลดลงต่อเนื่อง เตรียมถอดบทเรียนขยายผลทั่วประเทศ พร้อมเตือนผู้ค้ายาใช้วิธีลักลอบผสมเฮโรอีนในยาเสพติดชนิดอื่น หวังเพิ่มการเสพติด โดยผู้ใช้หลายรายไม่รู้ตัวว่าร่างกายได้รับสารเฮโรอีน

พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส.เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดของโรงพยาบาลเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมคณะสื่อมวลชน ได้ร่วมติดตามผลการดำเนินงาน พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้บริหาร และบุคลากรของโรงพยาบาลเกาะสมุย เพื่อศึกษารูปแบบการดูแลรักษาผู้ใช้ ผู้เสพ และผู้ป่วยยาเสพติด รวมถึงผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้สารเสพติด

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ติดตามผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลเกาะสมุยมาอย่างต่อเนื่อง พบว่า สถิติภาพรวมของผู้เข้ารับการบำบัดรักษาตั้งแต่ปี 2567 ถึงปี 2569 มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มผู้ใช้เฮโรอีน ยาบ้า และกัญชา สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานภายใต้นโยบายของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การบำบัดรักษาผู้ป่วยเกิดผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ การลงพื้นที่ยังทำให้ได้รับทราบสถานการณ์ ปัญหา และข้อจำกัดของพื้นที่ ซึ่งแต่ละแห่งมีบริบทแตกต่างกัน โดยเฉพาะพื้นที่เกาะสมุยซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ปัญหายาเสพติดมีความซับซ้อนมากกว่าพื้นที่ทั่วไป อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลเกาะสมุยและหน่วยงานในจังหวัดสามารถบริหารจัดการและรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ภาพรวมการดำเนินงานจะเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังมีบางด้านที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม โดยสำนักงาน ป.ป.ส. จะพิจารณาให้การสนับสนุนงบประมาณในส่วนที่ยังขาดแคลน เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินงานด้านการบำบัดรักษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ได้กล่าวชื่นชมบุคลากรของโรงพยาบาลเกาะสมุย รวมถึงหน่วยงานทุกภาคส่วนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง แม้จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดและความท้าทายจากบริบทของพื้นที่ท่องเที่ยว แต่สามารถดำเนินงานจนทำให้สถิติผู้เข้ารับการบำบัดรักษาลดลงอย่างต่อเนื่องในทุกปี ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. จะนำรูปแบบการดำเนินงานดังกล่าวไปถอดบทเรียน เพื่อประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่นของประเทศ

สำหรับกรณีที่ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ผู้ใช้เฮโรอีนที่เข้ารับการบำบัดรักษาเป็นประชาชนในพื้นที่เกาะสมุย หรือเป็นผู้ใช้ยาเสพติดจากพื้นที่อื่นในจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยนั้น เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับรายงานพบว่ามีทั้งประชาชนในพื้นที่เกาะสมุยและพื้นที่อื่นในจังหวัด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ มีผู้ใช้สารเสพติดบางส่วนที่ไม่ได้ตั้งใจใช้เฮโรอีนโดยตรง แต่ผู้ค้ายาเสพติดมีการลักลอบผสมเฮโรอีนลงในยาเสพติดชนิดอื่น เพื่อให้ผู้เสพเกิดการเสพติดและมีความต้องการใช้สารเสพติดมากขึ้น

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ในหลายกรณี เมื่อผลตรวจพบสารเฮโรอีนในร่างกาย ผู้เข้ารับการบำบัดยังยืนยันว่าไม่เคยใช้เฮโรอีนโดยตรง ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ทราบว่าสารเสพติดที่ใช้มีการผสมเฮโรอีนหรือสารอันตรายชนิดอื่นอยู่ด้วย จึงขอเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงความเสี่ยง เนื่องจากปัจจุบันผู้ค้ายาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกรณีที่โรงพยาบาลเกาะสมุยพบผู้ป่วยติดเฮโรอีนที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 13 ปีนั้น พันตำรวจตรีสุริยา กล่าวว่า แม้กรณีดังกล่าวจะถือเป็นรายที่มีอายุน้อยที่สุดในพื้นที่ แต่จากข้อมูลพบว่าเกิดจากปัจจัยภายในครอบครัว เนื่องจากมีสมาชิกในครอบครัวใช้เฮโรอีนอยู่ก่อนแล้ว ส่งผลให้เด็กเข้าสู่พฤติกรรมการใช้สารเสพติดตั้งแต่อายุยังน้อย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวมของประเทศ อายุเฉลี่ยของเยาวชนที่เริ่มเข้าสู่การใช้ยาเสพติดยังอยู่ที่ประมาณ 14 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องเร่งสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าสู่วงจรยาเสพติดตั้งแต่อายุยังน้อย