อ่านซ่ะ…!!! ระเบียบว่าด้วยการแต่งเครื่องแบบ คุณตำรวจเจนใหม่..!!ที่ทำงาน ในรั้ว ตร.ที่เลือกสวมแจ๊คเก็ตแทนเครื่องแบบ

3

“ถ้าไม่ภูมิใจในเครื่องแบบ…ก็ลาออกไป!”เมื่อ ‘สีกากี’ ถูกแทนที่ด้วยแจ็กเก็ต วินัยตำรวจจะเหลืออะไรให้ประชาชนศรัทธา

“สีกากี…ไม่ใช่เครื่องแต่งกาย แต่คือศักดิ์ศรีของแผ่นดิน”วันที่ตำรวจเจนใหม่บางนายเลือกแฟชั่น มากกว่าวินัย…องค์กรจะฝากอนาคตไว้กับใคร

เมื่อครั้งที่แล้ว“ประดู่แดง”ได้เขียนถึง“ตำรวจเจนใหม่”ที่มีตำแหน่งหน้าที่ ในหน่วยงานต่างๆที่ตั้งอยู่ในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ชอบแต่งเครื่องแบบ แต่งตัวเป็นมนุษย์แฟชั่น สวมแจ็ตเก็ต คลุม เดินไปมา ระหว่างปฎิบัติหน้าที่ เจอผู้บังคับบัญชา ขณะเดินสวนกันไปมาหรือใช้ลิฟต์ ร่วมกัน ไม่แสดงตัวทำความเคารพ “ประดูแดง“ถูกตำรวจเจนใหม่ ต่อต้าน ว่าหลงยุค นี่มันยุคใหนแล้ว ดัชนีชี้วัดว่าเป็นคนหรือตำรวจหรือไม่ดี ไม่ได้เกี่ยวกับการแต่งเครื่องแบบ มันอยู่ที่ตัวบุคคล ประเด็นขอยึดอกน้อมรับว่าจริง

แต่ด้วยเหตุและผลและข้อเท็จจริงว่า ถ้าคุณไม่ภูมิใจในเครื่องแบบตำรวจ คุณก็ไม่ควรมาเป็นตำรวจ ลาออกไปเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ที่แต่งกายได้ตามที่คุณชอบ องค์กรตำรวจมีกฏหมาย ระเบียบ เพื่อบังคับใช้ว่าถ้าคุณเป็นตำรวจคุณต้องมีระเบียบวินัยเป็นสารตั้งต้น ถามหน่อยเหอะเรื่องเล็กๆแค่นี้คุณจะเป็นตำรวจที่เป็นที่ศรัทธาของประขาชนได้อย่างไร ซึ่งยุคนี้มักจะเห็นแต่พวกสร้างวาทะกรรมทางโซเชียล แต่ทางปฎิบัติจริงมันเสื่อมถอยสุด สาเหตุจากเริ่มเป็นตำรวจก็คิดรวยทางลัด ขัดคำสั่งห้อยโหน ผู้บังคัญชาระดับสูง ไม่ค่อยเห็นตำรวจน้องใหม่ทั้งหลายที่ทุ่มเทกายใจ หวังผลสำเร็จของงานที่ได้รับมอบหมาย เน้นโชว์หรู อยู่ดีมีสุข อวดสรรพคุณบารมีจากนักการเมือง จากองค์กรที่นอกเหนือกฏระเบียบ ของ ตร. ตำรวพวกนี้ คือพวกขาดวัคซีนระบบคุณธรรม ตั้งแต่ยศคุณยังน้อย ถ้าคุณเติบโตถึงระดับนายพล หรือโชควาสนาพาคุณ คิดยศนายพล ถึงเวลานั้นคนพวกนี้จะเป็นแบบไหนให้ท่านผู้อ่านนึกภาพเอาเอง”ประดู่แดง“เพียงแค่อยากให้องค์สีกากีกลับมา สง่างามเกือบ 2 ปีที่ผ่านมาเห็น พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.มุ่งมั่นกอบกู้องค์กร แล้วเหนื่อยใจแทน จะฝากความหวังไว้กับตำรวจเจนใหม่ ได้หรือไม่ .?นั้นมาต้องรอดู กัน

สำหรับพวกตำรวจที่ไม่รู้ว่าระเบียบว่าด้วยการแต่งเครื่องแบบ มันเป็นไงเหรอ.? ก็อ่านเอาเองนะ คุณตำรวจเจนใหม่

”ระเบียบตำรวจ ลักษณะที่ 22 การแต่งเครื่องแบบ ของสำนักงานตำรวจ ระบุไว้ว่า :

  1. เครื่องแบบตำรวจ ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่คือ “ศักดิ์ศรีของแผ่นดิน”เครื่องแบบเป็นสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้รักษากฎหมาย และผู้รับใช้ประชาชน
    “สีกากี” มีที่มาจากภาษาเปอร์เซีย แปลว่า “สีแผ่นดิน” สื่อความหมายว่า ตำรวจคือ “ตำรวจของแผ่นดิน”
  2. ผู้สวมเครื่องแบบ ต้องสมเกียรติ
    ตำรวจต้องมีวินัย ซื่อสัตย์สุจริตเสียสละ สุภาพ อดทน มีศีลธรรม
    สามัคคี เครื่องแบบจึงเป็นเครื่องเตือนใจให้ประพฤติตนสมเกียรติทุกขณะ
  3. เครื่องแบบสะท้อนภาพลักษณ์ทั้งองค์กรระเบียบระบุชัดว่าตำรวจแต่งกายเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่น ศรัทธา และเกรงขามแต่หากแต่งกายไม่เรียบร้อย ย่อมสะท้อนว่า หน่วยงานนั้นหย่อนยานด้านระเบียบวินัย สมรรถภาพ และความน่าเชื่อถือ
  4. ต้องแต่งให้ถูกต้องตามแบบแต่งครบชุด,สีตรงตามมาตรฐาน
    ห้ามดัดแปลงทรง,หมวกต้องได้รูป
    ,เสื้อ กางเกง หมวก สีต้องเหมือนกัน,เครื่องหมาย ยศ ป้ายชื่อ เลขประจำตัว ต้องครบ
  5. ห้ามแต่งครึ่ง ๆ กลาง ๆถือว่า “แต่งไม่เรียบร้อย” เช่นใส่เสื้อแต่ไม่สวมหมวก ไม่ติดป้ายชื่อไม่ติดเลขประจำตัว ไม่กลัดขอคอแต่งเกินระเบียบ ใส่ของจนกระเป๋าโป่ง
  6. เวลาปฏิบัติราชการ หลักคือ “ต้องแต่งเครื่องแบบ”ยกเว้นเฉพาะหน่วยงานหรือตำแหน่งที่ระเบียบกำหนดให้แต่งนอกเครื่องแบบ เช่น งานธุรการ งานทะเบียน งานสืบสวนบางประเภท เป็นต้น
  7. แม้หน่วยที่ได้รับอนุญาตไม่แต่งเครื่องแบบ ก็ยังต้องแต่งเมื่อ…งานพระราชพิธี รัฐพิธี งานพิธีทางราชการ เข้าเฝ้าฯ,อยู่เวรรักษาการณ์ รับเสด็จ,ฝึกแถว,งานเกียรติยศ,รายงานตัวต่อผู้บังคับบัญชา
  8. ผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่งได้
    ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับผู้กำกับการขึ้นไป สามารถสั่งให้แต่งหรือไม่แต่งเครื่องแบบได้ หากมีเหตุผลหรือความจำเป็นเพื่อประโยชน์ราชการ
  9. การแต่งนอกเครื่องแบบ ก็ต้องสุภาพแม้ได้รับอนุญาตไม่แต่งเครื่องแบบ ก็ต้องแต่งกายแบบสากล สุภาพ เหมาะสม และผู้บังคับบัญชามีหน้าที่กำกับดูแล
  10. รถตำรวจตราโล่เขน ผู้ขับรถตำรวจต้องแต่งเครื่องแบบเรียบร้อย และโดยหลักผู้โดยสารก็ต้องแต่งเครื่องแบบ เว้นแต่มีข้อยกเว้นหรือได้รับอนุญาตตามระเบียบ

หัวใจของระเบียบทั้งฉบับ มีเพียงประโยคเดียวคือ“เครื่องแบบตำรวจ คือเกียรติยศ วินัย และศรัทธาของประชาชน” ตำรวจที่เคารพเครื่องแบบ ย่อมเคารพวินัย เคารพองค์กร และเคารพประชาชน ในทางกลับกัน ระเบียบระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การแต่งกายที่ไม่ถูกต้อง ไม่เรียบร้อย หรือไม่สมเกียรติ มิใช่เพียงความบกพร่องส่วนบุคคล แต่เป็นภาพสะท้อนถึงระเบียบวินัยและสมรรถนะของทั้งหน่วยงาน และอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อองค์กรตำรวจได้“

แหล่งอ้างอิง : กองกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)

https://share.google/w80zU0JJMFt6Y9ow1