ช็อก..!!! สุวรรณภูมิสกัดกัญชาทะลักนอกประเทศ ยึดกว่า 21.9 ตันใน 18 เดือน จับ 755 คดี อังกฤษยังครองแชมป์ปลายทาง

2

ช่วงนี้กระแสข่าวจากโลกโซเชียลและหลายหน่วยงานของรัฐ ต่างพุ่งความสนใจไปที่การปราบปราม “ไอซ์” และ “เฮโรอีน” บุหรี่ไฟฟ้าจนกลายเป็นประเด็นหลักที่สื่อมวลชนเกาะติดรายวัน แต่หากหันกลับมาดูตัวเลขอีกชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นสถิติการตรวจยึด กัญชา ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กลับพบข้อมูลที่ทำให้หลายคนต้องตกใจ

เพียงช่วงเวลา 18 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 – 28 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดกัญชาได้ถึง 755 คดี ของกลางรวม 21,931 กิโลกรัม หรือเกือบ 22 ตัน เฉลี่ยวันละกว่า 40 กิโลกรัม และเฉลี่ยเดือนละกว่า 1.2 ตัน ,ปี 2568 ตรวจยึดได้ 13.4 ตัน ส่วนปี 2569 เพียงครึ่งปีแรก ยึดได้แล้วกว่า 8.4 ตัน สะท้อนว่าการลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศยังดำเนินต่อเนื่อง

ข้อมูลยังชี้ว่า สหราชอาณาจักร ยังคงเป็นประเทศปลายทางอันดับหนึ่ง ขณะที่ผู้ถูกจับกุมส่วนใหญ่ก็เป็นชาวอังกฤษ รองลงมาคืออินเดีย ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น

ภาพลักษณ์ประเทศไทยกำลังถูกตั้งคำถาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถิติการจับกุม แต่ยังสะท้อนผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ เพราะหลายประเทศเริ่มจับตาไทยในฐานะหนึ่งในจุดต้นทางของการลักลอบขนกัญชาผ่านผู้โดยสารและสัมภาระทางอากาศ เมื่อเจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดได้มากถึงเกือบ 22 ตัน คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า ของกลางที่หลุดรอดการตรวจจับจะมีอีกมากเพียงใด

แน่นอนว่า ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีจำนวนเท่าใด แต่ในมุมมองของ “พยัคฆ์น้อย ๑๐๙” เชื่อว่าขบวนการที่ดำเนินการกันเป็นเครือข่าย ทั้งรูปแบบ “นักหิ้ว” และการอาศัย ระบบโลจิสติกส์ ย่อมมีโอกาสทำให้กัญชาบางส่วนหลุดรอดการจับกุมได้คงจะมีจำนวนที่จับกุมอีกหลายเท่าตัว และเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกหน่วยงานต้องเร่งรับมือถึงเวลาปิดประตูขบวนการหรือยัง.?

คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “จับได้กี่ตัน” แต่คือ จะทำอย่างไรให้จับไม่ได้อีกเลย หน่วยงานใดจะเป็นเจ้าภาพหลักในการบูรณาการข้อมูลข่าวกรอง การคัดกรองผู้โดยสาร การตรวจสอบเส้นทางการเงิน และการสกัดเครือข่ายตั้งแต่ต้นทาง เพื่อปิดช่องโหว่ที่ถูกใช้ลักลอบส่งกัญชาออกนอกประเทศ

เพราะหากปล่อยให้ตัวเลขยังเพิ่มขึ้นเช่นนี้ ประเทศไทยอาจต้องเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติมากขึ้น ทั้งด้านความเชื่อมั่น การท่องเที่ยว และมาตรการตรวจเข้มต่อผู้โดยสารจากประเทศไทยและอดไม่ได้ที่จะนึกถึงวลีทางการเมืองที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยกล่าวไว้ในช่วงหาเสียงว่า “สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน”

วันนี้สังคมจึงกำลังรอคำตอบ ว่า ใครจะเป็นผู้ “สั่งวันนี้” เพื่อให้การปิดประตูขบวนการลักลอบส่งกัญชาออกนอกประเทศ “เสร็จวันนี้” ได้จริง ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นทุกเดือน จนประเทศไทยต้องแบกรับภาพลักษณ์ในเวทีโลกต่อไป