หน้าแรกบทความวันนี้“กรมปทุมวัน”หรือสนามแฟชั่นว่ะ..!!?

วันนี้“กรมปทุมวัน”หรือสนามแฟชั่นว่ะ..!!?

“เสื้อแจ็กเก็ตถูกสวมแทนสีกากี…วันที่วินัยตำรวจถูกแขวนไว้หน้าตู้” เครื่องแบบยังไม่เคารพ…อย่าหวังให้ประชาชนเคารพกฎหมาย”

วินัยตำรวจไม่ได้เริ่มที่การจับคนผิด แต่เริ่มจากการเคารพเครื่องแบบของตัวเอง หากแม้แต่ระเบียบการแต่งกายยังเลือกปฏิบัติได้ วันหนึ่งกฎหมายก็อาจถูกเลือกปฏิบัติไม่ต่างกัน… และนั่นคือวันที่ศรัทธาของประชาชนค่อย ๆ พังทลายลงอย่างเงียบงัน.

30 กว่าปี ที่”ประดู่แดง“ได้คลุกอยู่กับวงการสีกา วันนี้ได้มีโอกาสเดินทางเข้าไปทำภารกิจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดิมเรียก กว่ากรมตำรวจ ตั้งอยู่ ถนนพระราม 1 ปทุมวัน สิ่งแรกเจอความสง่างามเรื่องสถานที่ อลังการโอ่โถง สะอาดตา รู้สึกภาคภูมิใจแทนข้าราชตำรวจกว่า 2 แสนนาย

แต่สิ่งที่น่าห่วงที่สุดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยุคนี้กลับ เห็นตำรวจแต่งเครื่องแบบเต็มยศ มาปฎิบัติหน้าที่ แบบบางตา จนเกิดคำถามในตัวเองว่า “ตำรวจที่ไม่เคารพเครื่องแบบของตัวเอง”กันแล้วเหรอยุคนี้ซึ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมปทุมวัน เป็นที่ตั้งหน่วยบัญชาการสูงสุดของตำรวจไทย กลับเห็นภาพที่ชวนสะเทือนใจ

“เสื้อแจ็กเก็ตแฟชั่น…เสื้อฮู้ด…รองเท้าผ้าใบ…เดินกันขวักไขว่ ถ้าไม่รู้มาก่อน คงนึกว่าเป็นสำนักงานใหญ่ของบริษัทเอกชน มากกว่าจะเป็นองค์กรผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

คำถามง่าย ๆ แต่ตอบยากคือ…ตำรวจยังไม่รักษาระเบียบการแต่งกายของตัวเอง แล้วจะไปบังคับให้ประชาชนเคารพกฎหมายได้อย่างไร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเสื้อผ้า แต่มันคือ “วินัย”และเมื่อวินัยหายไป…ศักดิ์ศรีขององค์กรก็ค่อย ๆ พังทลายตามไปด้วย ที่น่าเศร้ายิ่งกว่า คือภาพตำรวจเดินสวนผู้บังคับบัญชา ไม่ทำความเคารพ ไม่แสดงความสำรวม หัวเราะ หยอกล้อ เดินผ่านกันเหมือนไม่มีลำดับชั้นการบังคับบัญชา

นี่หรือคือองค์กรที่ยึดถือคำว่า “วินัยคือชีวิต” หรือทุกอย่างกำลังกลายเป็นเพียงคำขวัญที่ติดอยู่บนกำแพง เครื่องแบบสีกากี ไม่ใช่ผ้าผืนหนึ่ง แต่มันคือเกียรติที่ตำรวจรุ่นก่อนใช้เลือด ใช้หยาดเหงื่อ และหลายคนใช้ชีวิตแลกมามันคือสัญลักษณ์ของความเสียสละ ความกล้าหาญ และความรับผิดชอบต่อประชาชน

ตราแผ่นดินบนหน้าหมวก ไม่ใช่ของประดับแฟชั่นแต่คือสัญลักษณ์แห่งพระมหากรุณาธิคุณ ที่เตือนให้ผู้สวมใส่สำนึกอยู่เสมอว่า อำนาจทุกอย่างที่มี ต้องใช้เพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อความสบายของตัวเอง
แต่ดูเหมือนตำรวจบางคนในยุคนี้…กลับมองเครื่องแบบเป็นของเกะกะ มองการแต่งกายตามระเบียบเป็นเรื่องล้าสมัยและมองการใส่เสื้อแจ็กเก็ตลำลองเป็นความเท่นั่นไม่ใช่ความเท่…แต่มันคือความเสื่อมของจิตสำนึกในวิชาชีพ

คนเป็นตำรวจ ไม่ได้มีหน้าที่เลือกว่าจะปฏิบัติตามระเบียบข้อไหน แล้วละเลยข้อไหน เพราะทันทีที่เลือกฝ่าฝืนระเบียบที่ง่ายที่สุด ก็ไม่มีเหตุผลใดให้ประชาชนเชื่อว่าจะเคร่งครัดต่อกฎหมายที่ยากกว่า

หากเครื่องแบบทำให้รู้สึกอึดอัด… หากวินัยทำให้รู้สึกรำคาญ…หากการทำความเคารพผู้บังคับบัญชาทำให้รู้สึกเสียฟอร์มก็ต้องถามตัวเองตรง ๆ ว่ายังเหลือจิตวิญญาณของคำว่า “ตำรวจ” อยู่หรือไม่

ถึงเวลาหรือที่ “จเรตำรวจแห่งชาติ ”หน่วยงานที่ต้องลงมืออย่างจริงจัง เลิกปล่อยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นพื้นที่ยกเว้นระเบียบ เลิกปล่อยให้การไม่แต่งเครื่องแบบกลายเป็น “วัฒนธรรม”เพราะเมื่อการฝ่าฝืนระเบียบกลายเป็นเรื่องปกติองค์กรก็จะค่อย ๆ สูญเสียความศักดิ์สิทธิ์ทีละน้อย

ตำรวจทุกคนมีสิทธิ์ภูมิใจในยศที่ติดบ่า แต่ก่อนจะภูมิใจในยศต้องภูมิใจในเครื่องแบบเสียก่อน เพราะยศ…ได้มาจากคำสั่งแต่เกียรติ…ได้มาจากการประพฤติตน จำไว้…ไม่มีประชาชนคนใดศรัทธาตำรวจที่ไม่ศรัทธาเครื่องแบบของตัวเอง ไม่มีองค์กรใดเข้มแข็งได้ หากคนในองค์กรเริ่มมองว่าระเบียบเป็นเรื่องเลือกทำ และไม่มีคำว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” เหลืออยู่

หากแม้แต่เครื่องแบบ…ผู้สวมใส่ยังไม่ให้เกียรติ เครื่องแบบสีกากี…ไม่เคยไร้ค่า แต่คนที่ทำให้เครื่องแบบหมดคุณค่า คือผู้ที่สวมมันด้วยหัวใจที่ไร้วินัย ”ได้โปรดสำเหนียก ว่าคุณคือ ตำรวจ…!!!“

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img