หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมบุกทลายโรงงานสเตียรอยด์เถื่อน ยึดของกลาง 50 ล้าน ส่งขายนักเพาะกายทั่วโลก

บุกทลายโรงงานสเตียรอยด์เถื่อน ยึดของกลาง 50 ล้าน ส่งขายนักเพาะกายทั่วโลก

“บช.ก.-อย.-สธ. เปิดปฏิบัติกทลายแหล่งสเตียรอยด์เถื่อน ยึดยาฉีด-ยาเม็ดกว่า 2 แสนรายการ พร้อมเครื่องจักรและวัตถุดิบ มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท พบลอบผลิตมาแล้วกว่า 3 ปี ส่งขายวงการเพาะกายทั้งในและต่างประเทศ แม้เคยถูกจับกุมมาก่อนยังกลับมาก่อเหตุซ้ำ


เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่ายลักลอบผลิตและจำหน่ายยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา พร้อมตรวจยึดยาชนิดฉีด ยาชนิดรับประทาน เครื่องจักร อุปกรณ์การผลิต และวัตถุดิบจำนวนมาก รวมมูลค่าของกลางกว่า 50 ล้านบาท
พ.ต.อ.วีระพงษ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 บก.ปคบ. ได้รับการประสานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้สืบสวนขยายผล หลังพบการแพร่ระบาดของยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนเพศชาย ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ในกลุ่มผู้เล่นฟิตเนสและนักเพาะกาย เพื่อเร่งสร้างกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว แม้จะมีอันตรายร้ายแรงต่อระบบฮอร์โมน ตับ ไต และหัวใจ เสี่ยงเกิดภาวะตับอักเสบ ไตวาย ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจโต และหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจนเสียชีวิตได้
จากการสืบสวนพบเครือข่ายดังกล่าวลักลอบผลิตและบรรจุผลิตภัณฑ์ภายในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อนขอหมายค้นศาลอาญาพระโขนงเข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ 2 จุด ภายในคอนโดมิเนียมหรู ซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง สามารถจับกุมนายอนุวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี พร้อมตรวจยึดยาอนาบอลิกสเตียรอยด์สำเร็จรูปทั้งชนิดฉีดและชนิดรับประทาน รวม 41 ยี่ห้อ อาทิ ANADROL, ANAVAR, ARIMIDEX, BOLDENONE, CLENBUTEROL, DIANABOL และ DECA จำนวนกว่า 8,690 ขวด
นอกจากนี้ ยังตรวจพบยาเม็ดกลุ่มยาต้านฮอร์โมนเอสโตรเจนและสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน 14 ยี่ห้อ กว่า 77,700 เม็ด ยาเม็ดที่รอการบรรจุอีกกว่า 155,000 เม็ด รวมทั้งสารเคมี วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตอีกจำนวนมาก รวมมูลค่าของกลางกว่า 50 ล้านบาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 จำนวน 2 ข้อหา ได้แก่ ผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต และผลิตรวมถึงขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการและกลุ่มทุนที่อยู่เบื้องหลัง
จากการสืบสวนพบด้วยว่า ผู้ต้องหานำวัตถุดิบ ส่วนผสม และบรรจุภัณฑ์จากหลายแหล่งมาลักลอบผลิต บรรจุ และติดฉลากเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. กระบวนการผลิตไม่มีมาตรฐานและไม่ถูกสุขลักษณะ ก่อนจำหน่ายให้ลูกค้าในวงการเพาะกายและฟิตเนส ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยทำมาแล้วประมาณ 3 ปี อีกทั้งยังพบว่าเครือข่ายดังกล่าวเคยถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันมาแล้ว แต่ยังกลับมากระทำผิดซ้ำโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค
ด้าน น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ปัญหาผลิตภัณฑ์สุขภาพและยาที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ ถือเป็นภัยเงียบที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประชาชน นักกีฬา และนักเพาะกายจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาชวนเชื่อ โดยไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ผลิตขึ้นอย่างผิดกฎหมายในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เสี่ยงต่อสารปนเปื้อน สูตรการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน และผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
น.ส.ศุภมาส ระบุอีกว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงาน เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
ส่วนนายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน เนื่องจากยาเถื่อนไม่เพียงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับ อย. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปราบปรามผู้ลักลอบผลิต นำเข้า และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ ยังขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้ยาอนาบอลิกสเตียรอยด์โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ และควรใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น รวมถึงตรวจสอบเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ผ่านแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” หรือช่องทางของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง
ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ยาทั้งหมดผลิตในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีทะเบียนตำรับยา และไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะยาฉีดที่ไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดจนเสียชีวิตได้ อีกทั้งการใช้สเตียรอยด์โดยไม่มีแพทย์ดูแล ยังส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน ตับ ไต หัวใจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยากอีกด้วย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img