หน้าแรกบทความ“จับโกงสอบเป็น ขรก.ท้องถิ่นนายกฯ ต้องสั่งลุยตั้งแต่ปี 2558 เชื่อเจอพวกคนชั่วสวมหน้ากากคนดีย์”

“จับโกงสอบเป็น ขรก.ท้องถิ่นนายกฯ ต้องสั่งลุยตั้งแต่ปี 2558 เชื่อเจอพวกคนชั่วสวมหน้ากากคนดีย์”

นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบอกว่าจะเป็นลม หลังทราบข่าวบุกจับกุมแก๊งโกงสอบข้าราชการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่บ้านหลังหนึ่งใน จ.นนทบุรี มีข้าราชการกระทรวงมหาดไทยร่วมขบวนด้วย

ถ้ามองดูเผิน ๆ เป็นการแสดงอาการตกใจของนายอนุทิน แต่ความจริงแล้วเป็นการละครมากกว่า เพราะในแวดวงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างรับกันมานานแล้ว มีหรือที่บรรดา ส.ส.หรือนักการเมืองท้องถิ่นจะไม่รับรู้

ซึ่งคำพูดของนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการะทรวงมหาดไทยบอกว่าโกงสอบท้องถิ่นวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งรู้มานาน 4-5 ปี แต่รื้อนโยบายไม่ทัน พอที่จะเป็นหลักฐานยืนยันได้ หรือชาวบ้านที่อาศัยใกล้บ้านหลังเกิดเหตุบอกว่าบ้านหลังนี้มีการเช่ามานานแล้วตั้งแต่ก่อนช่วงโควิดระบาด มีคนแต่งเครื่องแบบข้าราชการ เข้าออกประจำ ทั้งสองกรณีพอที่จะเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่าวงจรอุบาทว์นี้มีมานานแล้ว

จึงเป็นไปไม่ได้เลยว่านายอนุทินไม่เคยรับรู้หรือไม่เคยได้ยิน เพราะจากคำพูดของนายเดชอิศม์ บ่งชี้ว่าเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยึดตำแหน่งเจ้ากระทรวงคลองหลอดมาอย่างยาวนานเกือบ 8 ปี และนายอนุทินเป็นรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย แถมสมาชิกพรรคภูมิใจไทย รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงกระมาดไทยด้วย    

หากย้อนการสอบแข่งขันเป็นข้าราชการปกครองส่วนท้องถิ่นจะบ่วา ก่อนที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ รัฐบาลยุคนั้นกระจายให้ท้องถิ่นหรือจังหวัดจัดสอบอยู่แล้ว แต่พอเผด็จทหารยึดอำนาจสั่งให้จัดสอบแบบรวมศูนย์ โดยอ้างข้อมูลการร้องเรียนว่ามีทุจริตในจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน

การสอบรวมศูนย์ครั้งแรกไร้เสียงซุบซิบว่ามีทุจริต อาจจะยังเขินอายเพราะเป็นยุครัฐบาลคนดีย์มาเพื่อปราบโกง แต่พอเปิดสอบครั้งที่สอง มีเสียงซุบซิบดังๆในแวดวงปกครองส่วนท้องถิ่นและมหาดไทย ว่าผู้สมัครคนใดยากสอบผ่านได้บรรจุเป็นข้าราชการฯ มีช่องทางวิ่งเต้นแล้วแต่ต้องควักจ่ายอย่างต่ำ 5 แสนบาท

เสียงซุบซิบกระจายไปทั่วประเทสชาวบ้านที่มีฐานะอยากให้ลูกหลานมีงานที่มั่นคงยินดีจ่าย ผ่านทั้งนักการเมืองท้องถิ่น ครู ข้าราชการมหาดไทยและนักการเมืองระดับชาติ

อดีตติวเตอร์ระดับแถวหน้าเมืองไทยเชี่ยวชาญการติวข้อสอบระดับท้องถิ่นเล่าให้ฟังว่าระหว่างตระเวนติวตามต่างจังหวัด มีลูกศิษย์สอบถามว่าอาจารย์มีช่องทางที่จะติดต่อวิ่งเต้นจ่ายเงินเพื่อสอบผ่านได้บรรจุหรือไม่  
         
“ผมถามว่ามีด้วยหรือ ลูกศิษย์บอกว่ามี จึงไปหาข้อมูลพบว่ามีอยู่จริง มีเอเย่นต์มาติดต่อให้ผมช่วยแนะนำลูกศิษย์และมีค่านายหน้าให้ด้วย ผมปฏิเสธแล้วบอกว่าไม่กล้าทำเพราะกลัวติดคุก”
ติวเตอร์ ระบุ พร้อมขยายความอีกว่านายหน้าที่ชักชวนบอกว่าแต่ละครั้งจะมีผู้สมัครสอบยินดีที่จะจ่ายเงินขั้นต่ำ 500,000 บาท มีหลายพันคนและสอบผ่านทุกคน พอสอบเสร็จจะใช้รถบรรทุกหกล้อขนเงินส่งเข้าส่วนกลาง มีทหารหรือตำรวจคอยคุ้มกัน แต่จะส่งให้ใครนั้นได้แต่บอกใบ้ส่งให้ผู้ใหญ่คนดีย์

ติวเตอร์คนเดิมบอกถึงการหาลูกค้าว่า  ทีมงานจัดสรรโควตาให้แต่ละสายไปกระจายทั่วประเทศ ผ่านนักการเมือง  ข้าราชการในพื้นที่และพวกบ้านใหญ่ ชาวบ้านที่ลูกหลานสมัครจะเข้าไปติดต่อเพราะในพื้นที่ต่างทราบกันดีและทุกคนสมหวังเพราะจัดตามโควตาที่ได้มา

สำหรับผลงานของการซื้อตำแหน่งมา อดีตผู้อำนวยการกองช่างองค์บริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่งในนครศรีธรรมราช เล่าว่ามีเด็กบรรจุใหม่สองคน เดือนแรกได้แนะนำภารหน้าที่เดือนที่สองสอนงานเกี่ยวการอนุญาตก่อสร้าง การดูแบบ ระหว่างสอนเด็กสองคนอิดออดถามว่าต้องทำแบบนี้ด้วยเหรอ พ่อแม่ผมจ่ายเงินไปตั้ง 5 แสนแล้วจะต้องมาทำงานอีกเหรอ

การสอบเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นระบบรวมศูนย์หลังปี 2558 เป็นต้นมามีการสอบเกือบทุกปีและรับครั้งละนับหมื่นคน เกินครึ่งยินดีจ่ายเงินเกินครึ่งล้านเพื่อแลกกับตำแหน่งข้าราชการ ถ้านำตัวเลขมาคำนวณจะพบว่าแต่ละปีมีมูลค่าหลายพันล้าน ทุกคนสมหวังเพราะบริหารจัดการดีแบบวางแผนรบ จึงไม่มีเรื่องร้องเรียน

แต่ครั้งนี้ที่เรื่องแดงขึ้นมาอาจเป็นเพราะการบริหารจัดการไม่รวมศูนย์ ทำให้นายหน้าแต่ละสายมุ่งหาลูกค้าจนเกินโควตา คนที่จ่ายเงินแล้วไม่สมหวังต้องทวงเงินคืน แต่นายหน้าไม่สามารถนำเงินมาคืนให้ได้เพราะอ้อยเข้าปากช้างไปแล้ว  จึงเกิดการร้องเรียนนำไปสู่การจับกุม และบางพื้นที่เช่นพัทลุง จ่ายเงินไปแล้วไม่มีชื่อติดบอร์ดไปขอเงินคืนนายหน้าเงียบจึงเกิดเหตุยิงถล่มบ้าน

การจับกุมครั้งนี้จะพบว่ามีความเกี่ยวโยงหลายระดับ มีการเอ่ยถึง รัฐมนตรี ส.ส. หลังบ้านข้าราชการระดับสูงในมหาดไทย นักการเมืองท้องถิ่น ผู้บริหารมหาวิทยาลัย และข้าราชการหน่วยงานต่างๆ  เป็นต้น

ดังนั้น ถ้านายอนุทิน จะโชว์ว่าต้องการปราบโกงจริง ๆ ใช้คดีนี้นำร่องเป็นตัวอย่าง ด้วยการนั่งหัวโต๊ะอำนวยการจัดทีมงานมืออาชีพเข้าสืบสวนสอบสวน พยานหลักฐานถึงใครใหญ่แค่ไหนต้องจัดการทันที  ถ้าทำได้จริงจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงและเพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าปราบโกงมีอยู่จริงในรัฐบาลชุดนี้ นายอนุทินต้องสั่งให้สอบสวนตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา แม้จะไม่ได้คนทำผิดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ขอฟันธงเลยว่าได้เห็นเบาะแสคนชั่วสวมหน้ากากคนดีย์เข้ามาทำลายชาติอย่างแน่นอน

แต่เชื่อว่านายอนุทิน ไม่กล้าลุยแบบสุดตัวเพราะถนัดการละครมากกว่าทำงานจริง หรือถ้าลุยจริงเข้าทำนองหยิกเล็บเจ็บเนื้ออีกต่างหาก !!!


 


RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img