ทำเนียบรัฐบาล, วันที่ 23 มิ.ย. – นายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดตัวกลไก “Thailand FastPass” โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง, รัฐมนตรีหลายกระทรวง, นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ เอกอัครราชทูต หอการค้าต่างประเทศ บริษัทที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่กลไก Thailand FastPass และผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมเป้าหมาย กว่า 250 คน เข้าร่วมงาน
นายอนุทิน กล่าวว่า Thailand FastPass สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการยกระดับสภาพแวดล้อมการลงทุนของประเทศ โดยมุ่งลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ เพิ่มความรวดเร็ว ความโปร่งใส และความชัดเจนในการดำเนินโครงการลงทุน พร้อมบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม อันจะช่วยให้โครงการลงทุนสามารถเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการจ้างงาน ยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรม และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ยืนยันว่าประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน โลจิสติกส์ และเครือข่ายการค้าในภูมิภาค พร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการลงทุนและการผลิตที่สำคัญของอาเซียนในอนาคต
“รัฐบาลได้เปลี่ยนบทบาทจาก ‘ผู้กำกับดูแล’ มาเป็น ‘ผู้อำนวยความสะดวกและผู้สนับสนุนการลงทุน’ (Facilitator) อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายทำให้การลงทุนเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น ภายใต้กฎหมายและหลักธรรมาภิบาลที่โปร่งใส เราจะไม่ปล่อยให้ความล่าช้าของระบบราชการเป็นอุปสรรคต่อโอกาสทางเศรษฐกิจอีกต่อไป ที่สำคัญจะทำให้ประเทศไทยยกระดับสู่ประเทศรายได้สูงได้เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ด้านนายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับ “การลงทุนจริง” ที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจ จึงได้สร้างกลไก Thailand FastPass เพื่อเร่งแก้ไขอุปสรรคของโครงการที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนแล้วแต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ โดยแก้ไขปัญหาแล้วกว่า 76 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 474,000 ล้านบาท ซึ่งนำมาสู่การยกระดับกลไก Thailand FastPass ให้เป็นกลไกถาวรแก่โครงการทางยุทธศาสตร์ของประเทศ เพื่อมุ่งกระตุ้นเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเป็นความร่วมมือของ 8 หน่วยงานภาครัฐเพื่อเร่งรัดขั้นตอนสำคัญ ด้วยการลดระยะเวลาการอนุมัติ/อนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน
“ในวันนี้รัฐบาลได้ยกระดับกลไกเร่งรัดการลงทุน โดยได้คัดเลือกและมอบบัตร Thailand FastPass แก่โครงการลงทุนที่มีความสำคัญในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศจำนวน 25 โครงการ จาก 23 บริษัท ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 223,000 ล้านบาท พร้อมสร้างงานคุณภาพกว่า 13,000 ตำแหน่ง ซึ่งเมื่อรวมกับโครงการที่รัฐบาลเร่งปลดล็อกก่อนหน้านี้แล้ว คิดเป็นมูลค่าการลงทุนที่รัฐจะผลักดันเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 700,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมทั้งเป็นสารตั้งต้นของการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานภาครัฐเพื่อให้บริการภาคธุรกิจและสร้างโอกาสที่จับต้องได้ทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคประชาชนในอนาคต” นายเอกนิติ กล่าว

นายนฤตม์ กล่าวว่า Thailand FastPass เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุมัติ – อนุญาตเพื่อเริ่มต้นประกอบธุรกิจ โดยในวันนี้ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันระหว่าง บีโอไอ, กรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมศุลกากร, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อลดระยะเวลาการดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนลงกว่าร้อยละ 20-50 ซึ่งจะช่วยให้โครงการลงทุนสามารถเริ่มดำเนินการและสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับกลไก FastPass ไม่ใช่แค่ fast track สำหรับนักลงทุน แต่คือ fast track จากเงินลงทุน สู่ผลลัพธ์จริงสำหรับเศรษฐกิจไทยและคนไทยด้วยเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย 5 ด้าน คือ 1) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย 2) งานใหม่และอาชีพใหม่ 3) ทักษะใหม่และถ่ายทอดองค์ความรู้ 4) โอกาสของ SME และผู้ผลิตในประเทศ และ 5) เงินหมุนในพื้นที่
ด้านนายไซมอน กวอซด์ซ (Simon Gwozdz) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิเควทอเรียล สเปซ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทผลิตจรวดสำหรับส่งดาวเทียมสู่วงโคจรต่ำของโลก (Volans Space Launch Vehicle) กล่าวว่า ประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ขณะที่ Thailand FastPass และการทำงานแบบ One-Stop Service ของบีโอไอ ช่วยลดความซับซ้อนของขั้นตอนการขออนุญาตและการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ทำให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว

“กลไก Thailand FastPass จะพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อทุกหน่วยงานทำงานในทิศทางเดียวกัน โครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติแล้วก็จะสามารถเดินหน้าได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพในยุคที่โลกกำลังปรับห่วงโซ่อุปทานนักลงทุนต้องการความชัดเจนและความเร็วประเทศไทยจึงจำเป็นต้องส่งสัญญาณว่าเรามีความพร้อม เพื่อให้สามารถดึงดูดโครงการลงทุนคุณภาพเพื่อสร้างฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต บีโอไอจะขยายกลไก Thailand FastPass อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมใบอนุญาตด้านต่างๆและรองรับโครงการสำคัญในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ของประเทศเพิ่มเติม เพื่อเร่งสร้างงานคุณภาพ เสริมสร้างซัพพลายเชนให้แข็งแกร่ง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว” นายนฤตม์ กล่าว

